
ต้องชัดเจน
มติ ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น มีมติเห็นชอบในแนวทางการยกเลิกสัญญาร่วมการงานเดิมของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2จี โดยให้ดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)/คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และให้มีอายุและค่าธรรมเนียมที่เท่าเทียมกัน
สรุปง่ายๆ คือเห็นชอบให้กระทรวงการคลังไปเจรจายกเลิกสัญญากับเอกชน 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เมื่อเลิกสัญญาแล้ว ก็ให้ กทช.ออกใบอนุญาต หรือไลเซนส์ใหม่ให้กับเอกชนทั้งสามราย โดยให้มีอายุสัมปทาน 15 ปี และเสียส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ 12.5% เท่ากันหมด
แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้สัญญาของเอกชนทั้งสามรายนั้นอยู่บนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน และเกิดแข่งขันที่เป็นธรรมในธุรกิจ หลังจากที่ผ่านมาการทำธุรกิจของทั้งสามรายนั้นต่างทำอยู่บนพื้นฐาน ต่างกรรม ต่างวาระ ที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขสัญญาร่วมการงานดังกล่าวนั้น รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ชัดเจนว่าไม่ได้เอื้อกับเอกชนบางรายให้ลุกขึ้นมาแข่งขันกับเอกชนรายอื่นได้
นอกจากนี้ การออกมาแก้ไขสัญญาร่วมการงานครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบต่อแผนการประมูล 3จี ที่ กทช.ได้กำหนดไว้ว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการแก้ไขสัญญามือถือ 2จี นั้นต้องไปแก้ไขข้อกำหนดการประมูล 3จี ในหลายต่อหลายข้อ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องรื้อข้อกำหนดขึ้นมาศึกษาใหม่ทั้งหมด
นั่นหมายความว่าเวลาที่เหลืออยู่อีก 2 เดือนนั้นไม่พอที่จะแก้ไขข้อกำหนดหลักๆ ได้เลย และแน่นอนว่าการเลื่อนประมูล 3จี ก็จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยก็จะเสียโอกาสที่จะได้ใช้เทคโนโลยีมือถือ 3จี ที่ถือว่าเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการสื่อสารออกไปอีก โดยปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองได้เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้
การแก้ไขสัญญาร่วมการงานให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง แต่ไม่สมควรที่จะมาทำในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเกิด 3จี ของประเทศไทย
ความล่าช้าการเกิด 3จี จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาระบบสื่อสารไร้สายให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามได้
เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่า การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสัญญาร่วมการงาน 2จี เพื่อก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม แล้วทำให้การประมูล 3จี ต้องล่าช้าออกไปโดยไม่มีกำหนด กับการปล่อยให้มีการประมูล 3จี ตามกำหนดเดิม และเอกชนทุกรายกระโดดเข้ามาร่วมในกติกาใหม่ ที่ทุกอย่างเท่ากันหมดเหมือนกันนั้น อะไรที่ทำให้ประเทศชาติได้รับประโยชน์มากกว่ากัน







