
แห่ขอโชคลาภเรือตะเคียนโบราณ
ชาวบ้านในอ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พากันกราบไหว้ขอโชคลาภ เรือตะเคียนโบราณ อายุประมาณ 200 ปี หลังกู้ขึ้นจากคลอง
ชาวบ้านในอ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พากันกราบไหว้ขอโชคลาภ เรือตะเคียนโบราณ อายุประมาณ 200 ปี หลังกู้ขึ้นจากคลอง
วันที่ 12 พย. ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่า ว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ต.ห้วยน้ำหอม อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้ขุดพบเจอเรือไม้ตะเคียนทองสมัยโบราณ จำนวน 3 ลำ ที่บริเวณคลองน้ำด้านหลังโรงเรียนศรีทอง โดยเรือไม้ตะเคียนทองทั้งหมด ถูกชาวบ้านเคลื่อนย้ายนำไปอยู่ที่วัดศรีทองแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว พบว่า ที่บริเวณลานวัด มีการจัดสถานที่ นำเต็นท์มาตั้งเป็นร่มปกคลุมเรือไม้ตะเคียนทอง 3 ลำ ขนาดความยาวกว่า 7 เมตร ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมาก ต่างพากันมากราบไหว้ และยืนล้อมเรือไม้ตะเคียนทอง เพื่อมองหาเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก และนอกจากนี้ ยังพบว่าภายในเต็นท์ ยังได้มีการเรือไม้ตะเคียนทองอีก 1 ลำ ที่มีการขุดพบในบริเวณเดียวกันก่อนหน้านี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว นำมาตั้งรวมกันไว้ให้ชาวบ้านได้กราบไหว้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
จากการตรวจสอบข้อมูลกับชาวบ้าน ทราบว่า เรือตะเคียนทองโบราณ 3 ลำ ถูกค้นพบโดยนายสุพรหม ทองพันธุ์ อายุ 46 ปี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น นายสุพรหมกำลังเดินสายท่อลงในคลองห้วยน้ำหอม เพื่อสูบน้ำลงนาข้าว แล้วไปพบเห็นกับวัตถุหัวตอไม้ขนาดใหญ่โผล่พ้นออกมาเหนือน้ำ ในลักษณะเฉียง จึงได้รีบไปเรียกให้ชาวบ้านมาดู ก่อนจะมีการไปจ้างรถแบ็คโฮให้มาขุดเพื่อตรวจสอบ จนพบว่า สิ่งที่เห็น คือ เรือไม้ตะเคียนทองโบราณ ถูกฝังอยู่ใต้คลองน้ำทั้งหมด 3 ลำ ชาวบ้านจึงได้ตกลงกัน ให้เคลื่อนย้ายเรือตะเคียนนำมาไว้ที่วัด ให้ชาวบ้านมากราบไหว้ทำบุญ ตามความเชื่อที่ว่า น่าจะเป็นเรือเจ้าแม่ตะเคียนทอง มาบันดาลโชคให้กับคนในหมู่บ้าน
ด้านนายเอื้อน รุ้งรัตน์ อายุ 76 ปี คณะกรรมการวัดศรีทอง เปิดเผยว่า เรือไม้ตะเคียนทองที่ขุดพบทั้ง 3 ลำ น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี และน่าจะเป็นเรือที่ชาวบ้านในยุคนั้น ทำขึ้นมาเพื่อใช้ขนสมบัติโดยเฉพาะ เนื่องจากช่องที่โดยสารของเรือมีขนาดเล็ก จึงคาดว่า ก่อนที่เรือทั้ง 3 ลำจะจมลงอยู่ในลำคลอง เจ้าของเรือน่าจะมีการขนเคลื่อนย้ายสมบัติ แล้วระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุอะไรบ้างอย่าง จึงทำให้เรือล่มไปพร้อมกับสมบัติ แต่ก็เป็นแค่การสันนิษฐานไว้เท่านั้น และก็ยังไม่ได้มีการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแต่อย่างใด ส่วนอิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหารย์ ตั้งแต่นำเรือมาตั้งไว้ที่วัด พบว่า มีชาวบ้านสามารถบันทึกภาพถ่ายที่ผิวไม้ของเรือไว้ได้หลายราย แต่ที่ชัดสุด เป็นภาพถ่ายในหน้าของเด็ก และนอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านบางราย รวมถึงตน ได้พบเจอกับสิ่งประหลาด เห็นคนครึ่งท่อนมาปรากฏกลายในระหว่างที่กำลังขนย้าย แล้วก็เคลื่อนย้ายหายวั๊บไปกับตา ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
ทั้งนี้ เรือไม้ตะเคียนทอง 3 ลำ และเรือไม้ตะเคียนทองที่ขุดพบก่อนหน้านี้อีก 1 ลำ จะถูกตั้งรวมกันไว้ ให้ชาวบ้านเข้ามากราบไหว้ทำบุญสักระยะหนึ่งก่อนที่ทางวัดและคณะกรรมการจะมีการประชุมปรึกษาหารือ ในการสร้างศาลาถาวร เพื่อเป็นสถานที่อาศัยให้กับเรือเจ้าแม่ตะเคียนทองทุกลำต่อไป
วันที่ 12 พย. ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่า ว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ต.ห้วยน้ำหอม อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้ขุดพบเจอเรือไม้ตะเคียนทองสมัยโบราณ จำนวน 3 ลำ ที่บริเวณคลองน้ำด้านหลังโรงเรียนศรีทอง โดยเรือไม้ตะเคียนทองทั้งหมด ถูกชาวบ้านเคลื่อนย้ายนำไปอยู่ที่วัดศรีทองแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว พบว่า ที่บริเวณลานวัด มีการจัดสถานที่ นำเต็นท์มาตั้งเป็นร่มปกคลุมเรือไม้ตะเคียนทอง 3 ลำ ขนาดความยาวกว่า 7 เมตร ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมาก ต่างพากันมากราบไหว้ และยืนล้อมเรือไม้ตะเคียนทอง เพื่อมองหาเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก และนอกจากนี้ ยังพบว่าภายในเต็นท์ ยังได้มีการเรือไม้ตะเคียนทองอีก 1 ลำ ที่มีการขุดพบในบริเวณเดียวกันก่อนหน้านี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว นำมาตั้งรวมกันไว้ให้ชาวบ้านได้กราบไหว้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
จากการตรวจสอบข้อมูลกับชาวบ้าน ทราบว่า เรือตะเคียนทองโบราณ 3 ลำ ถูกค้นพบโดยนายสุพรหม ทองพันธุ์ อายุ 46 ปี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น นายสุพรหมกำลังเดินสายท่อลงในคลองห้วยน้ำหอม เพื่อสูบน้ำลงนาข้าว แล้วไปพบเห็นกับวัตถุหัวตอไม้ขนาดใหญ่โผล่พ้นออกมาเหนือน้ำ ในลักษณะเฉียง จึงได้รีบไปเรียกให้ชาวบ้านมาดู ก่อนจะมีการไปจ้างรถแบ็คโฮให้มาขุดเพื่อตรวจสอบ จนพบว่า สิ่งที่เห็น คือ เรือไม้ตะเคียนทองโบราณ ถูกฝังอยู่ใต้คลองน้ำทั้งหมด 3 ลำ ชาวบ้านจึงได้ตกลงกัน ให้เคลื่อนย้ายเรือตะเคียนนำมาไว้ที่วัด ให้ชาวบ้านมากราบไหว้ทำบุญ ตามความเชื่อที่ว่า น่าจะเป็นเรือเจ้าแม่ตะเคียนทอง มาบันดาลโชคให้กับคนในหมู่บ้าน
ด้านนายเอื้อน รุ้งรัตน์ อายุ 76 ปี คณะกรรมการวัดศรีทอง เปิดเผยว่า เรือไม้ตะเคียนทองที่ขุดพบทั้ง 3 ลำ น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี และน่าจะเป็นเรือที่ชาวบ้านในยุคนั้น ทำขึ้นมาเพื่อใช้ขนสมบัติโดยเฉพาะ เนื่องจากช่องที่โดยสารของเรือมีขนาดเล็ก จึงคาดว่า ก่อนที่เรือทั้ง 3 ลำจะจมลงอยู่ในลำคลอง เจ้าของเรือน่าจะมีการขนเคลื่อนย้ายสมบัติ แล้วระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุอะไรบ้างอย่าง จึงทำให้เรือล่มไปพร้อมกับสมบัติ แต่ก็เป็นแค่การสันนิษฐานไว้เท่านั้น และก็ยังไม่ได้มีการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแต่อย่างใด ส่วนอิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหารย์ ตั้งแต่นำเรือมาตั้งไว้ที่วัด พบว่า มีชาวบ้านสามารถบันทึกภาพถ่ายที่ผิวไม้ของเรือไว้ได้หลายราย แต่ที่ชัดสุด เป็นภาพถ่ายในหน้าของเด็ก และนอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านบางราย รวมถึงตน ได้พบเจอกับสิ่งประหลาด เห็นคนครึ่งท่อนมาปรากฏกลายในระหว่างที่กำลังขนย้าย แล้วก็เคลื่อนย้ายหายวั๊บไปกับตา ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
ทั้งนี้ เรือไม้ตะเคียนทอง 3 ลำ และเรือไม้ตะเคียนทองที่ขุดพบก่อนหน้านี้อีก 1 ลำ จะถูกตั้งรวมกันไว้ ให้ชาวบ้านเข้ามากราบไหว้ทำบุญสักระยะหนึ่งก่อนที่ทางวัดและคณะกรรมการจะมีการประชุมปรึกษาหารือ ในการสร้างศาลาถาวร เพื่อเป็นสถานที่อาศัยให้กับเรือเจ้าแม่ตะเคียนทองทุกลำต่อไป







