posttoday
เอลนินโญทำแล้งหนัก  ดันราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่ง

เอลนินโญทำแล้งหนัก ดันราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่ง

12 พฤศจิกายน 2558

ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังคืบคลานมาถึง

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังคืบคลานมาถึง พร้อมออกมาตรการขอความร่วมมืองดทำนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลองรวม 26 จังหวัด กระนั้นก็ยังมีรายงานว่า มีชาวนาบางส่วนยังคงไม่สนใจคำเตือนครั้งนี้และเดินหน้าปลูกข้าวนาปรังต่อไป

สำหรับเกษตรกรชาวนาไทยที่พึ่งพากสิกรรมมาตลอดและเผชิญกับปัญหาฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาจเห็นว่าภัยแล้งครั้งนี้เป็นปัญหาเดิมๆ ที่เผชิญกันมาตลอดทุกฤดูแล้งและไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากนัก โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลยังจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นระยะๆ อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ภาวะภัยแล้งครั้งนี้อาจไม่ธรรมดาเหมือนที่เคยเป็นมาและไม่ใช่แค่ประเทศไทยเพียงรายเดียวที่ต้องพบกับพิบัติภัยธรรมชาติเช่นนี้

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียและกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญและปกป้องภาคเกษตรกรรมในประเทศ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญที่เกิดขึ้นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกครั้งล่าสุดนี้ อาจเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งในเอเชียและทั่วโลกด้วย

ความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนินโญรอบนี้ คาดว่าจะสาหัสมากกว่าเมื่อครั้งปี 1997-1998 และในปี 1982-1983 ขณะที่ผลสำรวจอุณหภูมิน้ำทะเลเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ก็พบว่ามีอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมาเลยทีเดียว

ภาวะเช่นนี้จะส่งผลให้ซีกโลกทางใต้และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนในบ้านเราต้องเผชิญกับภาวะฝนแล้งเป็นวงกว้าง กระทบต่อการเพาะปลูกสินค้าเกษตรที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประชาชนจำนวนมาก โดยหลายพื้นที่ของอินโดนีเซียและตั้งแต่ออสเตรเลียจนถึงหลายพื้นที่ในแปซิฟิกใต้จะร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ

การที่รัฐบาลอินโดนีเซียของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด หรือโจโควี ประกาศนำเข้าข้าวจากไทย 1.5 ล้านตัน เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่นานเพิ่งระบุว่าไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวเพิ่มนั้น นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความกังวลต่อภาวะภัยแล้ง ที่จะส่งผลกระทบต่อสต๊อกและราคาสินค้าเกษตรในปีหน้าได้เป็นอย่างดี

มีรายงานว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งของเมืองยอร์กยาการ์ตา ให้ผลเก็บเกี่ยวในช่วงที่ผ่านมาลดลงถึง 20% ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านต้องปรับแผนหันไปปลูกพื้ชที่ใช้น้ำน้อย เช่น พริก แทน

พื้นที่ภัยแล้งของอินโดนีเซียโดยเฉพาะทางตอใต้ของประเทศเผชิญกับความแห้งแล้งรุนแรงขึ้น จนทำให้รัฐบาลกรุงจาการ์ตาต้องปรับแผนและหันมานำเข้าสินค้าเกษตรสต๊อกเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ก่อนหน้านี้โจโควีเน้นแผนการเกษตรแบบพอเพียง เพิ่มการปลูกข้าว อ้อย ถั่วเหลือง ข้าวโพด ผัก รวมถึงเลี้ยงเนื้อและปลาเพื่อการบริโภค เพื่อให้การเกษตรของอินโดนีเซียพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

ภาวะแห้งแล้งมากกว่าที่คาดซึ่งส่งผลกระทบต่อสต๊อกสินค้าเกษตรในหลายประเทศเกษตรกรรม และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ด้วย

ยืนยันได้จากตัวเลขขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าดัชนีราคาอาหารที่สำรวจจากอาหาร 73 รายการทั่วโลกพุ่งขึ้นถึง 3.9% ไปแตะระดับ 162 จุด หรือสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2012 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าตลาดโลกต่างกังวลว่าภาวะแห้งแล้งผิดปกติจะฉุดสต๊อกสินค้าลดลงจนอาจไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภค ตั้งแต่นมจากนิวซีแลนด์ น้ำตาลจากบราซิล และน้ำมันปาล์มจากอาเซียน 

หากดูราคาสินค้าที่ปรับขึ้นแต่ละรายการแล้วยังพบด้วยว่าไม่ใช่การปรับขึ้นปกติตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา เช่น ราคาน้ำตาลทรายที่พุ่งทะยานขึ้นถึง 33% ภายในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน หรือนมวัวที่แพงขึ้นถึง 56% ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มแพงขึ้น 13.3%

ขณะที่ราคาน้ำตาลนั้นปรับตัวขึ้น 17% และเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2010 และราคาสัญญาน้ำตาลล่วงหน้าที่ตลาดนิวยอร์ก เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ก็เพิ่มขึ้นถึง 13% หรือแพงขึ้นจากราคาในเดือน ก.ย. ถึง 20% เนื่องจากภาวะแล้งในประเทศไทยและอินเดีย ทำให้ตลาดยิ่งกังวลต่อสต๊อกน้ำตาลของโลก

เป็นที่คาดว่าราคาสินค้าเกษตรอาจปรับตัวแพงขึ้นได้อีก เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนินโญคาดว่าจะจบลงประมาณช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 แต่นั่นหมายความว่าในช่วงเวลาดังกล่าวหลายประเทศทั่วโลกจะไม่สามารถผลิตผลผลิตทางการเกษตรในได้ปริมาณเหมือนที่เคยปลูกมา เนื่องจากไม่มีทั้งน้ำฝนและน้ำจากระบบชลประทานที่สามารถรองรับทั้งการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศได้อย่างเพียงพอ

ดารินา โควัลสกา นักวิเคราะห์จากแม็คไควร์รี กรุ๊ป ในลอนดอน ให้มุมมองกับบลูมเบิร์กว่า สถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นไปทั่วเอเชียในขณะนี้ เป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนินโญ ซึ่งทำให้เกิดภาวะแล้งอย่างหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย แต่ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่งก็นับว่าช่วยยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้พอโงหัวขึ้นมาได้บ้าง หลังจากที่ถูกราคาน้ำมันฉุดจนลงไปต่ำสุดในรอบ 6 ปี   

สถานการณ์เช่นนี้ จึงคาดว่าจะดันให้ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการที่เผชิญวิบากกรรมราคาตกต่ำอย่างหนักที่สุดในรอบหลายปี เนื่องมาจากแรงฉุดของราคาน้ำมันโลกขาลง จะสามารถกลับมาถีบตัวสูงขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะประเทศที่มีสต๊อกสินค้าเกษตรเก็บไว้เพียงพอ แม้ว่าจะเป็นการขึ้นราคาสินค้าแค่ชั่วระยะหนึ่งที่ยังไม่ยั่งยืนมากพอ ตราบใดที่ราคาน้ำมันโลกและความต้องการบริโภคของจีนและโลกยังไม่กระเตื้องขึ้นจากปัจจุบันก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท