
ต้องเปิดเสรี
การแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาคู่ละ 80 บาท ซึ่งเป็นราคาหน้าสลาก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำเนินการมาตลอดปีกว่านับจากเข้าดำรงตำแหน่ง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จนมีแนวคิดจะต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้
การแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาคู่ละ 80 บาท ซึ่งเป็นราคาหน้าสลาก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำเนินการมาตลอดปีกว่านับจากเข้าดำรงตำแหน่ง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จนมีแนวคิดจะต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้
แนวทางแก้ไขปัญหาที่คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่องในเรื่องการยกเลิกโควตาสลาก และการพิมพ์สลากเพิ่ม โดยให้ผู้ค้ารายย่อยไปลงทะเบียนจองซื้อสลากผ่านระบบของธนาคารกรุงไทย ก็ดูมีแนวโน้มจะไปได้ดี และทำให้ราคาสลากลดลงมาเป็นปกติ
แต่สถานการณ์ขายสลากกลับสู่ภาวะปกติได้ไม่นาน ก็เกิดการขายสลากเกินราคาอีก เป็นผลมาจากการที่มีผู้ค้ารายใหญ่มีทุนหนา เข้ามาตั้งโต๊ะกว้านซื้อสลากจากผู้ค้ารายย่อยไปรวมชุดและขายต่อให้กับผู้ที่จองซื้อสลากจากระบบไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนหน้าแล้ว ว่าจะเกิดการกว้านซื้อสลากจากรายย่อย หรือจ้างรายย่อยไปเข้าคิวซื้อสลากมาขายต่อ
ขณะนี้มีจำนวนผู้ที่สนใจไปลงทะเบียนเพื่อเป็นผู้ค้าสลากแสนกว่าราย แต่การพิมพ์สลากเพิ่มคราวละ 24 ล้านฉบับ จะพิมพ์เพิ่มในอัตราทวีคูณ หากมียอดจองซื้อเพิ่มอีก 24 ล้านฉบับ เป็นกำลังการพิมพ์ที่โรงพิมพ์สลาก จะทำได้และจะคุ้มทุนในการพิมพ์สลากแต่ละล็อต ดังนั้นเมื่อสำนักงานสลากฯ กำหนดให้มีการจองซื้อสลากได้รายละ 15 เล่ม ก็มีผู้ได้รับจัดสรรสลากจำนวนไม่เกิน 2 หมื่นรายเท่านั้น
แม้ในเดือน พ.ย.นี้ จะเริ่มมีสลากในโควตาของผู้ค้ารายใหญ่ที่บอร์ดสลาก มีมติไม่ต่ออายุให้เข้ามาจัดสรรให้รายย่อยอีก ซึ่งในงวดวันที่ 1 พ.ย.นี้จะมีการพิมพ์สลากรวมทั้งหมด 100 ล้านฉบับ แต่ก็ไม่สามารถเป็นการการันตีได้ว่าจะป้องกันและแก้ไขไม่ให้มีการกว้านซื้อสลาก และขายสลากเกินราคาอีก
ขณะนี้สำนักงานสลากฯ กำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหา โดยคิดจะให้ผู้ค้าย่อยจองซื้อได้รายละ 10 เล่มเท่านั้น และลดระยะเวลาการถือครองสลากให้น้อยลงเพื่อให้มีเวลาขายน้อยลง แต่แนวทางนี้อาจจะยังไม่ใช่แนวทางที่แก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ
หากบอร์ดสลาก ต้องการแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จก็ควรจะคิดถึงการพิมพ์สลากเพิ่มโดยไม่จำกัด พิมพ์ตามความต้องการของผู้ค้ารายย่อยที่จองซื้อ ไม่ต้องจำกัดว่าซื้อได้เพียง 10-15 เล่ม ในเงื่อนไขเดิม คือ สำนักงานสลากฯ ไม่รับซื้อคืน ไม่ต้องจำกัดความต้องการให้ซื้อได้โดยเสรี และหากเกินความสามารถที่สำนักงานสลากฯ จะพิมพ์สลากขายได้ ก็สามารถที่จะจ้างโรงพิมพ์เอกชนพิมพ์สลากให้ก็ได้
การค้าสลากนั้นไม่แตกต่างกับธุรกิจอื่น หากเปิดให้สามารถผูกขาดได้ ราคาสินค้าก็จะสูงเกินจริง แต่หากเปิดเสรีใครอยากขายอยากซื้ออย่างไรก็ตอบสนองให้โดยเสรี ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาการขายเกินราคาได้อย่างเด็ดขาด
วิธีการแบบเกลือจิ้มเกลือเช่นนี้ จะทำให้ผู้กว้านซื้อไม่ว่าจะมีเงินทุนหนาแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานตลาดเสรีได้







