
THAC
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ระยะนี้เห็นมีข่าวเกี่ยวกับ THAC ออกมาค่อนข้างบ่อย แต่เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่คุ้นเคย เนื่องจากเป็นน้องใหม่ของวงการอนุญาโตตุลาการ ก็เลยขอนำมาเขียนถึงให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เนื่องจากจะได้เป็นการเลือกใหม่อีกทางหนึ่ง
ที่เรียกว่าน้องใหม่ของวงการอนุญาโต ตุลาการ เพราะเพิ่งตั้งขึ้นตาม ......... เมื่อ พ.ศ. 2557 นี้เอง โดยได้วางระเบียบกฎเกณฑ์ไว้ในเรื่องของการอนุญาโตตุลาการ และการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาท และมีการประกาศกฎเกณฑ์ของการไกล่เกลี่ย การลงทะเบียนผู้ประนอม รวมถึงจริยธรรมของผู้ประนอมด้วย เพื่อให้บริการทั้งภายในและระหว่างประเทศ
ที่จริงแล้ว THAC หรือย่อมาจาก Thailand International Arbitration Center อยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ให้บริการโดยสรุปใน 3 เรื่อง คือ
1.การไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาท โดยมีห้องเก็บเสียงแยกเป็นห้องๆ เพื่อการเก็บความลับ มีผู้ประนอมที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงภาษาต่างประเทศ และมีเครื่องมือในการทำ Video Conference ที่มีประสิทธิภาพ
2.การอนุญาโตตุลาการ โดยมีกฎระเบียบที่เป็นมาตรฐานเดียวกับในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ (SIAC : Singapore International Arbitration Center) หรือฮ่องกง (HKICA : Hong Kong International Arbitration Center) และประกอบด้วยห้องเก็บเสียงแยก รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากร เช่นเดียวกับในข้อ 1.
นอกจากนี้ ยังได้วางกฎระเบียบไว้รองรับกรณีที่ต้องดำเนินการ แบบเร่งด่วนฉุกเฉิน มีการวางแนวทางในการคัดเลือกอนุญาโต ตุลาการ รวมถึงมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเกือบทุกทวีปที่มีความรู้เรื่องระบบประมวลกฎหมาย ระบบกฎหมายจารีตประเพณี และระบบกฎหมายอิสลาม
3.การอบรมทั่วไป และอบรมเฉพาะผู้ที่สนใจที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ
ที่จริงแล้ว เมื่อมีข้อพิพาททางการค้า หรือการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือระหว่างเอกชนด้วยกันเอง จะมีวิธีการยุติข้อพิพาทได้หลายวิธี และวิธีที่เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ก็คือ การประนีประนอมยอมความ และการฟ้องศาล แต่ที่จริงแล้วยังมีวิธีอื่นๆ อีก ได้แก่ การไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาท และการอนุญาโตตุลาการ
การไกล่เกลี่ยนั้นทำได้ตั้งแต่การไกล่เกลี่ยก่อนทำเรื่องฟ้องศาล หรือระหว่างที่มีการฟ้องศาลอยู่ ซึ่งทั้งการไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการนั้น เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งสองวิธีนั้นมีการจัดตั้งขึ้นในหลายหน่วยงานทั้งที่เป็นระบบศาล เอกชนและหน่วยราชการ
จากการศึกษาค้นคว้า พบว่า หน่วยงานแรกที่มีการตั้งอนุญาโตตุลาการ คือ สภาหอการค้าไทย ตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2511 โดยอิงกฎระเบียบของ ECAFE (Economic Commission for Asia and the Far East) อย่างไรก็ตาม ในสมัยนั้นยังไม่เป็นที่นิยมเพราะความซับซ้อนในกระบวนการ และความไม่คุ้นเคยของนักธุรกิจ และนักกฎหมายของไทยส่วนใหญ่
อนุญาโตตุลาการที่อยู่ภายใต้ระบบศาล หรือที่เรียกว่า “สถาบันอนุญาโตตุลาการ” เดิมก็ตั้งขึ้นภายใต้กระทรวงยุติธรรม แต่ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ภายใต้ศาลสถิตยุติธรรม สถาบันนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่คัดมาจากที่ต่างๆ รวม 17 สาขา เช่น จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น มีกฎระเบียบเฉพาะ
นอกจากนี้ ก็มีอนุญาโตตุลาการภายใต้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ที่รู้จักกันในตัวย่อว่า คปภ. และภายใต้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งอนุญาโตตุลาการเหล่านี้จะดูแลข้อพิพาทตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ เช่น อนุญาโตตุลาการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นข้อพิพาท
ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา อนุญาโตตุลาการ ก.ล.ต.ก็เป็นข้อพิพาทที่เกิดจากหลักทรัพย์ ทุนสำรอง ตราสาร และอนุพันธ์ต่างๆ เป็นต้น เช่นเดียวกับอนุญาโตตุลาการ คปภ.ก็จะเป็นข้อพิพาทด้านประกันภัย
คราวนี้คงต้องขอจบเพียงแค่นี้ก่อน แล้วมาดูด้านระหว่างประเทศกันบ้างในคราวหน้า







