posttoday
"ย้อนศร" คสช. พุ่งเป้าถล่มปมทุจริต

"ย้อนศร" คสช. พุ่งเป้าถล่มปมทุจริต

11 พฤศจิกายน 2558

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ปรับแผนสู้รอบใหม่ เพื่อไทยงัดแพ็กเกจ “ย้อนศร” พุ่งเป้าถล่มปมทุจริตและเงื่อนงำความไม่โปร่งใสซึ่งเชื่อมโยงรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกองทัพ 

เข้าทำนองยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้ง “ดิสเครดิต” ทำลายความน่าเชื่อถือของคณะรัฐประหาร จนทำให้ก้าวย่างตามโรดแมปนับจากนี้ยากลำบากมากขึ้น หรืออาจถึงขั้นทำให้ คสช.ต้องสะดุดล้มก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

อีกด้านยังเป็นการทำลายความชอบธรรมต่อกระบวนการไล่เอาผิดคนจากขั้วอำนาจเก่า ซึ่งเวลานี้มีหลายคดีที่จ่อรอคิวเช็กบิลโดยเฉพาะคดีจำนำข้าว ทั้งคดีอาญาและแพ่ง ที่มูลค่าความเสียหายสูงหลายแสนล้านบาท

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาทั้งเพื่อไทยและเครือข่ายเสื้อแดงพยายามเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ไปกระทำการใดๆ ที่จะท้าทายอำนาจพิเศษในมือ คสช. สอดรับกับที่แกนนำหลายคนถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติก่อนหน้านี้

จนกระทั่งหลังจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกมรสุมลูกโตต้องเผชิญวิบากกรรมจำนำข้าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ดับชีวิตบนเส้นทางการเมือง แถมยังต้องมาลุ้นคุกในคดีอาญา และเสี่ยงหมดเนื้อหมดตัวในคดีแพ่ง จนหลายคนวิเคราะห์ว่าสุดท้ายอาจหนีไม่พ้นต้องออกไปใช้ชีวิตระเหเร่ร่อนเหมือนพี่ชาย

แต่สุดท้าย “สัญญาณ” จากคนแดนไกลที่ออกมาปลุกกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย เสมือนเป็นระฆังเริ่มยกใหม่ที่มีหลายฝ่ายออกมาขานรับ ในจังหวะที่ คสช.กำลังซวนเซจากทั้งเรื่องการบริหารงานและปัญหาเศรษฐกิจที่ใกล้สภาวะฝีแตกเต็มทีไม่ว่าจะงัดมาตรการลดแลกแจกแถมออกมาอัดฉีดระบบเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ก็ตาม

ล่าสุด พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาปัดฝุ่นเตรียมเดินหน้าสำนักงานปราบโกง (สปก.) ให้กลับมาทำงานจับเรื่องทุจริตแบบเอาจริงเหมือนก่อน โดยวางตัว น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที เป็นผู้อำนวยการศูนย์

จากเหตุผลที่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันโครงการทั้งหลายที่อยู่ในขั้นไต่สวนตรวจสอบขององค์กรที่เกี่ยวข้อง มีความล่าช้าผิดปกติ มีลักษณะเลือกปฏิบัติ จึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะรื้อฟื้นการทำงานของ สปก.ขึ้น เพื่อเร่งรัดติดตามโครงการทุจริตในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่ยังค้างในกระบวนการตรวจสอบ

ชัดเจนว่าเป็นการไล่บี้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ยอมเป็นผู้ถูกไล่บี้ฝ่ายเดียว มิหนำซ้ำยังเจาะจงไปยังเรื่องที่เกี่ยวพันกับกองทัพทั้งโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 โครงการเรือเหาะ และไล่เอาผิดไปถึงรัฐบาลประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลในอดีต ทั้งโครงการโรงพัก 396 แห่ง โครงการประกันราคาข้าว โดยทั้งหมดจะตรวจสอบและมอบหมายให้คณะทำงานติดตามเรื่องอย่างเร่งด่วนต่อไป

อีกหมัดหนึ่ง เพื่อไทยกำลังกระทุ้งปมการหลีกเลี่ยงภาษีของ ฟิลลิป มอร์ริส มูลค่า 6.8 หมื่นล้านบาท อัยการสูงสุด (อสส.) เคยมีคำสั่งให้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย พร้อมมีนัดนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องวันที่ 25 พ.ย.นี้

ประเด็นนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปี 2554 แต่รอบนี้ดูเพื่อไทยจะขยับเป้าเทน้ำหนักมายังรัฐบาล คสช.มากยิ่งขึ้น

เมื่อ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ากรณี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เรียกหลายหน่วยงานมาหารือโดยอ้างว่าที่ทำไปเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีจุดประสงค์คือให้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ใช่หรือไม่

“ถ้าอัยการไม่ฟ้องคดีดังกล่าวจริงอาจทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ จึงอยากขอให้นายวิษณุเสนอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อยุติคดีนี้ไปเลย จะได้ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

การออกมา “ดักคอ” รอบนี้ของเพื่อไทย จึงเป็นเหมือนการโน้มน้าวให้ติดตามดูว่าหาก อสส.ไม่สั่งฟ้อง อาจเป็นเพราะแรงบีบจากรัฐบาล คสช.ที่จะทำให้ประเทศเสียประโยชน์หลายหมื่นล้านบาท ท่ามกลางข้อกังขาว่ามีการล็อบบี้จากบรรษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติหรือไม่

วิเคราะห์แล้วการพุ่งเป้ามายังประเด็น “ทุจริต” รอบนี้เป็นการใช้วิธีย้อนศรกลับไปถล่ม คสช.ที่หยิบยกเรื่องปราบทุจริตมาเป็นหนึ่งในเหตุผลการยึดอำนาจ แถมตั้งเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ที่เอาจริงเอาจังจะทำให้สำเร็จ

ดังนั้น นอกจากจะยังไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมแล้ว หากต้องมาสะดุดกับทั้ง “แผลเก่า” และ “แผลใหม่” ย่อมมีแต่จะกัดกร่อนต้นทุนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช.ให้ลดน้อยถอยไป

ที่สำคัญเรื่องทุจริตถือเป็น “จุดอ่อน” ที่มีประชาชนยอมรับไม่ได้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง แถมเป็นปมปัญหาชี้เป็นชี้ตายอนาคตรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย  

การที่เพื่อไทยงัดยุทธศาสตร์ถล่มเรื่องทุจริตใส่ คสช. จึงเป็นการเปิดหน้าแลกหมัดที่ดุเดือดและรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

แถมหากรอบนี้ “เข้าเป้า” ย่อมสั่นคลอนเสถียรภาพ คสช.อย่างรุนแรงหรืออาจเป็นประเด็นถูกหยิบยกไปขยายผลไล่บี้ คสช.ที่จะยิ่งทำให้การลงจากหลังเสือนับจากนี้ลำบากมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท