
เก็บภาษีเงินได้5-35%เท่าเดิม
ขยายระยะเวลาเก็บภาษีบุคคลธรรมดาออกไปอีก 1 ปี คลังใช้โครงสร้างภาษีใหม่ปี 2560
ขยายระยะเวลาเก็บภาษีบุคคลธรรมดาออกไปอีก 1 ปี คลังใช้โครงสร้างภาษีใหม่ปี 2560
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีมติเห็นชอบพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ... ว่าด้วยการขยายระยะเวลาการใช้บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุในปีภาษี 2558 ให้ใช้บัญชีอัตราเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเดิมอีก 1 ปี
รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและจะนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาต่อไป โดยทิศทางภาษีจะลดลงกว่าในปัจจุบัน และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีภาษี 2560
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ชี้แจงว่า การขยายระยะเวลาการใช้บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ปัจจุบันมีอยู่ 7 ขั้น ยังคงสามารถใช้ได้ และมีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่วนขั้นตอนการศึกษาภาษีทั้งระบบนั้นจะสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่ 20% และจะศึกษาเปรียบเทียบกับโครงสร้างของภาษีของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันทางการค้าได้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายระยะเวลาใช้บัญชีภาษีบุคคลธรรมดาออกไปนั้น จะใช้อัตราภาษี 7 ขั้นบันได ไปสิ้นสุดในปี 2559 โดย 1.ผู้มีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 5% 2.ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 300,001–500,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 10%
3.ผู้มีรายได้ระหว่าง 500,001–750,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 15% 4.ผู้มีรายได้ 750,001–1,000,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 20% 5.มีรายได้ระหว่าง 1,000,001–2,000,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 25% 6.มีรายได้ระหว่าง 2,000,001–4,000,000 บาท เสียภาษีเงินได้ 30% และ 7.ผู้มีรายได้ระหว่าง 4,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษีเงินได้ 35%
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังชี้แจงเหตุผลว่า การคงระยะเวลาในการใช้บัญชีภาษีเดิมต่อไปอีก 1 ปีเนื่องจากจะทำให้การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน และยังช่วยบรรเทาภาระภาษีแก่ผู้มีเงินได้ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีงบประมาณ 2559 เนื่องจากในการประมาณการรายได้ดังกล่าวได้คำนวณตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัจจุบันอยู่แล้ว
ขณะที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ให้ความเห็นว่า ในการปรับโครงสร้างภาษีระยะต่อไป ขอให้มีการเพิ่มความสำคัญของการจัดเก็บภาษีเงินได้ให้ครบถ้วน และควรปรับปรุงการลดหย่อนภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ที่มีฐานะการเงินดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น







