posttoday
กรธ.เปิดทางนายกฯคนนอกเตรียมสรุปรายละเอียด11พ.ย.

กรธ.เปิดทางนายกฯคนนอกเตรียมสรุปรายละเอียด11พ.ย.

10 พฤศจิกายน 2558

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นควรให้นายกฯมาจากการลงมติ สส. แต่จะเป็นสส.หรือไม่เป็นก็ได้ เตรียมสรุปรายละเอียด 11 พ.ย.ชี้ช่วยแก้วิกฤต

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นควรให้นายกฯมาจากการลงมติ สส. แต่จะเป็นสส.หรือไม่ก็ได้ เตรียมสรุปรายละเอียด 11 พ.ย.ชี้ช่วยแก้วิกฤต

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า คณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติได้ให้ข้อมูลข้อดีข้อเสีย เกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้ง โดยคณะอนุกรรมการฯเสนอว่า การใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แม้จะให้สิทธิกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่มีข้อสังเกตว่า จะทำให้พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง เนื่องจากพรรคการเมืองจะไม่ผูกพันกับผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เช่น ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ได้คะแนนเป็นที่ 1 คือ 50,000 – 60,000 คะแนน แต่คะแนนพรรคการเมืองในเขตนี้ได้เพียง 10,000 คะแนน ซึ่งทำให้เห็นว่า คะแนนสองส่วนนี้ไม่สัมพันธ์กัน

นายอมร กล่าวว่า สำหรับการใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ คณะอนุกรรมการฯชี้แจงว่า จะช่วยส่งเสริมให้พรรคมีความเข้มแข็ง เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องพิจารณาคุณสมบัติหรือจุดเด่นของ ตัวผู้สมัครแบบแบ่งเขตและพรรคการเมืองไปพร้อมกัน ขณะที่พรรคการเมืองก็จะต้องสรรหาผู้สมัครแบบแบ่งเขตให้ตรงกับความต้องการของคนเลือกตั้ง ที่ต้องเด่นทั้งคนและดีทั้งพรรค จะทำให้บัตรเสียลดลง เพราะที่ผ่านมาที่ใช้บัตร 2 ใบ จะมีบัตรเสียแบบแบ่งเขต 2 ล้านใบ และแบบบัญชีรายชื่อ 1.7 ล้านใบ ทั้งยังจะทำให้สามารถลดกรรมการประจำหน่วยลงได้จากเดิม 9 คน เหลือ 7 คน เพราะไม่ต้องนับคะแนนจากบัตร 2 ใบ ช่วยลดค่าใช้จ่ายหน่วยเลือกตั้งทั้ง 1 แสนแห่ง ลงกว่า 200 ล้านบาท ลดค่าพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 66 ล้านบาท ตลอดจนค่าใช้จ่ายย่อยอื่นอีก รวมแล้วกว่า 676 ล้านบาท นอกจากนี้ ผลโพลแต่ละสำนักชี้ว่า บัตรใบเดียวจะสะดวกแก่ประชาชนมากกว่า

ขณะเดียวกัน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน คณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร ยังได้เสนอความคืบหน้าการศึกษาในประเด็น ที่มาของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมเห็นควรให้มีนายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการลงมติของสส.เท่านั้น และอาจเป็นสส.หรือไม่เป็นสส.ก็ได้ ส่วนวิธีการเลือกหรือมติจะมีหลักอย่างไรนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯโครงสร้างฝ่ายบริหารไปศึกษามาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การประชุมกรธ.วันที่ 11 พ.ย. เวลา 13.30 น. จะมีวาระการพิจารณารายงานศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร โดยเปิดให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ด้วย 

เมื่อถามว่า กรธ.ได้ให้เหตุผลการเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกหรือไม่ นายอมร กล่าวว่า กรธ.เห็นว่า เราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า จะมีวิกฤติทางการเมือง เหมือนสถานการณ์ก่อนการเกิดรัฐประหารอีกหรือไม่ จึงจำเป็นต้องเปิดช่องไว้ เพราะที่ผ่านมาปิดช่องไว้ จนไปต่อไม่ได้ อีกทั้ง ครั้งนี้เราอาจจะไม่มีบทบัญญัติมาตรา 7 อีกแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการนำมาใช้เรียกร้องนายกฯพระราชทานอีก ส่วนรายละเอียด จำนวนเสียงในลงมติเลือกนายกฯที่อาจเป็นสส.หรือไม่เป็นสส.นั้นทางกรธ.ยังไม่ได้ลงรายละเอียด

นอกจากนี้ ในส่วนของการลงมติเลือก นายกรัฐมนตรี ก็มีสมาชิกกรธ.บางคนมองว่า ควรจะใช้มติจากสมาชิกรัฐสภา คือทั้ง สส. และสว. เลือกนายกรัฐมนตรี แต่เบื้องต้นที่ประชุมก็มองว่า ต้องเป็นมติสส. ที่มาจาการเลือกตั้ง เพียงอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน