
เจรจาต่อ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
หากไม่มีอะไรผิดพลาดอีก วันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของเมียนมา ก็น่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในบางเขตสำคัญๆ ออกมาได้ครบ เช่น นครย่างกุ้ง กรุงเนย์ปิดอว์ และเมืองเมียวดี
เป็นการตอกย้ำแม้ว่าในใจของชาวเมียนมาและคนทั่วโลกจะรับรู้ไปแล้วว่า พรรคเอ็นแอลดีของ อองซานซูจี ชนะแล้วก็ตาม เพราะทางโฆษกพรรคยูเอสดีพีของรัฐบาลก็ยอมรับแล้วว่าแพ้เลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรคของซูจี ที่ประกาศว่าชนะได้ที่นั่งในสภาไปแล้วกว่า 70%
หมายความว่า การเลือกตั้งในสภาสูงและสภาล่าง 498 ที่นั่ง จากทั้งหมด 664 ที่นั่ง (นอกจากนั้นคือโควตาแต่งตั้ง 25% ของทหาร) พรรคของซูจีสามารถกวาดไปได้ถล่มทลายมากกว่า 460 ที่นั่ง เหลือให้พรรครัฐบาลและพรรคอื่นๆ เพียงไม่ถึง 40 ที่นั่งเท่านั้น
แต่ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ถึงจะชนะเลือกตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวบริหารประเทศเบ็ดเสร็จ หรือเป็นวันฟ้าใหม่ของชาวเมียนมาอย่างแท้จริงแล้ว
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ฝรั่งเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เป็นอย่างไร ประชาธิปไตยแบบเมียนมาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นเดียวกัน
นอกจากรัฐธรรมนูญปี 2008 จะให้อำนาจทหารแต่งตั้ง สส. และ สว. ในรัฐสภาได้รวมกัน 25% หรือประมาณ 166 ที่นั่งแล้ว ก็ยังเปิดทางให้ทหารสามารถเข้ายึดอำนาจเมื่อไรก็ได้อีกด้วย นั่นหมายความว่า จนกว่าผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั้งประเทศจะออกมาภายในเดือน มี.ค. 2559 เมียนมาก็อาจมีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ส่วนที่ไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็ยังน่าห่วงไม่แพ้กันโดยเฉพาะประเด็นเรื่องชนกลุ่มน้อย และการบริหารจัดการประเทศ
ชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าเขามีกองกำลังเป็นของตัวเอง แม้แต่รัฐบาลทหารก่อนหน้านี้หรือรัฐบาลเต็งเส่ง ก็ไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ แต่เพราะสู้รบกันมานานจึงรู้ไส้กันดีและสามารถเจรจาสงบศึกชั่วคราวกันได้ ตรงข้ามกับซูจีที่ยังด้อยเรื่องนี้มากกว่า
ขณะเดียวกัน การชนะเลือกตั้งก็ยังไม่อาจการันตีได้ว่าจะสามารถตั้งพรรคเดียวบริหารประเทศได้ เพราะหลายกระทรวงสำคัญ เช่น มหาดไทย ก็ยังอยู่ในมือทหาร หรือแม้แต่จะขับเคลื่อนข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ให้ทำตามนโยบายใหม่ก็ยังอาจทำได้ยาก
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้ จึงน่าจะเป็นกระบวนการเจรจาระหว่างฝ่ายซูจีและรัฐบาล เพื่อหาทางออกของรัฐบาลใหม่ร่วมกัน รวมถึงการตกลงกันว่า ใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่หลังจากนี้
บางครั้งประชาธิปไตยก็ไม่ได้จบลงแค่การเลือกตั้งค่ะ







