
อยู่เมืองไทยดีกว่า
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
เมื่อไม่กี่วันมานี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของเยอรมนีและยุโรป คือ บริษัทรถยนต์โฟล์คสวาเกนได้ประกาศผลการดำเนินการสำหรับไตรมาส 3 ของปีนี้ว่า บริษัทมีผลประกอบการขาดทุน 1,637 ล้านยูโร ซึ่งนับว่าเป็นการขาดทุนครั้งแรกของบริษัทรถยนต์แห่งนี้ในรอบ 15 ปี
สาเหตุที่ทำให้โฟล์คสวาเกนขาดทุนครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากข่าวอื้อฉาวที่ว่าบริษัทได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ในรถยนต์ดีเซล 4.82 แสนคัน ที่จำหน่ายในสหรัฐ และ 11 ล้านคันทั่วโลก เพื่อทำให้รถยนต์ดังกล่าวผ่านการทดสอบการปล่อยไอเสียในห้องทดลอง แต่จะไม่สามารถทำงานได้จริงในการใช้งานปกติ ส่งผลกระทบถึงการปล่อยไอเสียเกินมาตรฐานกว่า 40 เท่า และอาจรวมถึงการใช้เชื้อเพลิงสูงกว่า
ผู้ที่จับกลโกงของโฟล์คสวาเกนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลสหรัฐ หรือ US Environmental Protection Agency (EPA) เจ้าเก่ายื่นเอง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วผมว่าหน่วยงานประเภทเดียวกันของเยอรมนีก็อาจให้ความเชื่อถือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเดียวกัน เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่ของขนาดของบริษัทแล้ว แม้แต่ความน่าเชื่อถือของเครื่องหมายการค้า หรือ Brand ของโฟล์คสวาเกนนั้น อาจทำให้ไม่ได้ใช้ความเข้มงวดกวดขันเหมือนหน่วยงานของสหรัฐที่ใช้ตรวจสอบรถยนต์จากประเทศคู่แข่ง อันนี้ผมเดาเอาเองนะครับ เขาอาจทำหน้าที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมของเขาไปตามหน้าที่ก็ได้
คาดกันว่าโฟล์คสวาเกนจะได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง เพราะนอกจาก EPA ของสหรัฐจะสั่งให้โฟล์คเรียกคืนรถยนต์ออดี้และโฟล์คสวาเกนจำนวน 4.82 แสนคัน ที่พบว่ามีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ว่านี้ นอกจากนั้นก็คาดว่าจะโดนปรับอีกเป็นเงินสูงถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในสหรัฐ 2.8 หมื่นล้านเหรียญนิวซีแลนด์ในนิวซีแลนด์ และที่จะตามมาจากประเทศอื่นที่มีการส่งรถยนต์ออดี้และโฟล์คสวาเกนที่ติดตั้งซอฟต์แวร์นี้เข้าไปจำหน่าย ไม่นับการฟ้องร้องจากผู้ถือหุ้นของบริษัทและลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย
ล่าสุด ดูเหมือนว่าบริษัทมีนโยบายที่จะจ่ายเงินคืนให้กับลูกค้าบางส่วน ซึ่งก็คงเป็นเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐอีก ทั้งหลายทั้งปวงก็ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงอย่างรุนแรงและคงใช้เวลาอีกนานกว่าฟื้นเป็นปกติ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้ความน่าเชื่อถือในรถยนต์ที่ผลิตในเครือโฟล์คสวาเกนลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐที่พยายามแต่งตั้งส่วนแบ่งตลาดมาจากคู่แข่งชาติเดียวกัน เช่น BMW หรือ Mercedes-Benz และจากรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐเอง
เป็นธรรมดาครับที่เมื่อปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นกรรมการผู้จัดการของบริษัทก็ต้องถูกบีบให้ลาออกไป และคาดว่ามีผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในกรณีอื้อฉาวนี้อีก 10 กว่าคนที่จะต้องถูกดำเนินการลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป
ที่เล่าเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านฟัง เพราะเห็นว่าบริษัทนี้ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากใช้เวลานานหลายสิบปีนั้น สามารถถูกทำลายได้ทันทีเพราะความเห็นแก่ได้ของผู้บริหารเพียงไม่กี่คนที่ถูกกดดันให้สร้างผลกำไรให้บริษัท อันจะนำมาซึ่งเงินเดือนและโบนัสก้อนโต เหมือนกับธนาคารแห่งหนึ่งของอังกฤษที่อายุนับร้อยปี ซึ่งต้องปิดกิจการไปเพราะฝีมือของนักค้าเงินตราเพียงคนเดียวในห้องค้าเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว จะว่าไปแล้วถือว่ายังโชคดีที่การทุจริตในองค์กรของโฟล์คสวาเกนถูกเปิดเผยออกมา ก่อนที่เหตุการณ์จะขยายตัวและความเสียหายเพิ่มขึ้นจนบริษัทอยู่ไม่ได้เหมือนธนาคารแบริ่งของอังกฤษที่พูดถึง
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสังเกต คือ ความเข้มงวดกวดขันในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานรักษาสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ ที่พยายามติดตามสอบสวนกลโกงของบริษัทรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่และได้รับความน่าเชื่อถือมากแห่งหนึ่งของโลกโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ จนสามารถทำให้บริษัทต้องออกมายอมรับความผิดโดยดุษณีทั้งๆ ที่ทีแรกก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ไม่ยอมรับผิดเต็มปากเต็มคำ
ความจริงเรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นในบางประเทศรับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะรถยนต์ที่ถูกใส่ซอฟต์แวร์ที่ว่านี้ไม่ได้ส่งเสียงดัง หรือพ่นควันดำออกท้ายเหมือนปล่องโรงสี เหมือนรถบรรทุก หรือรถโดยสารประจำทางแถวๆ บ้านผมเอง เพราะทุกเช้าต้องวิ่งบ้าง ขี่จักรยานบ้างฝ่าหมอกควันไฟ และเขม่าจากท่อไอเสียของรถสองแถวและรถประจำทางโดยเฉพาะที่เขียนว่ารถร่วมของ ขสมก.เป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาท่านจอดขวางถนนรับส่งผู้โดยสาร ใครที่ขี่จักรยานหรือวิ่งริมถนนขอให้จอดหรือหยุดรออยู่ห่างๆ เพราะตอนที่ท่านโชเฟอร์ออกรถจะพ่นควันดำออกมาจนมองไม่เห็นถนน และอาจทำให้หายใจไม่ออกเป็นลมตายอยู่ข้างหลังรถของท่านก็ได้
บ่นแล้วไม่แน่ใจว่าประเทศนี้มีหน่วยงานไหนที่ทำหน้าที่เหมือนกัน หน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐบ้าง ยกเว้นตำรวจ
ที่นานๆ ออกมาตรวจควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ตามท้องถนน เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ที่ผมสงสัยไม่หายคือเขาปล่อยให้รถที่พ่นควันดำออกมาเต็มท้องถนนออกมาวิ่งอยู่ได้อย่างไร โดยเฉพาะรถเมล์ ขสมก. ซึ่งมีองค์กรของรัฐเป็นเจ้าของและผู้กำกับดูแล
ท่านผู้อ่านสังเหตไหมครับว่า ในประเทศนี้ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่หน่วยงานของรัฐจะสั่งให้ผู้ผลิตรถยนต์เรียกรถยนต์คืนเพื่อให้ไปแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ แต่ท่านจะได้รับหนังสือจากบริษัทรถยนต์เองบางแห่งให้ท่านนำรถเข้าไปตรวจสอบถุงลมนิรภัยบ้าง เครื่องยนต์บางจุดบ้างโดยสมัครใจ ถ้าท่านไม่เข้าไปตรวจเพราะไม่ได้รับแจ้ง หรือไม่มีเวลาก็ไม่มีหน่วยงานไหนมาจู้จี้จุกจิก ให้ท่านรีบเอารถไปแก้ไขข้อบกพร่องเสีย เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของหรือผู้ขับขี่รถยนต์ ดังนั้นที่จะได้รับบาดเจ็บหรือตาย แต่คนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยก็จะพลอยฟ้าพลอยฝนเจ็บตายไปกับเจ้าของรถคันที่ถูกเรียกให้ไปตรวจสอบความบกพร่องของรถด้วย
เอาว่าเราอยู่กันไปตามสบายๆ ก็แล้วกัน อะไรที่มองไม่เห็น ยังไม่เกิดอย่างรถยนต์โฟล์คสวาเกนที่ติดซอฟต์แวร์โกงค่าการวัดไอเสีย แต่ไม่เห็นควันไอเสียนั้น อย่าไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตปรับกันมากมายเหมือนฝรั่ง ก็ขนาดรถพ่นควันดำเต็มถนนเรายังไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเลยใช่ไหมครับตัวใครตัวมันดีกว่า







