
ปฏิรูปศก.20เดือน สร้างปชต.-ลดเหลื่อมล้ำ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาวาระการปฏิรูปสำคัญ 11 ด้าน โดยเริ่มจากการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและการปฏิรูปด้านพลังงาน ซึ่งมีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เสนอว่าการขับเคลื่อนปฏิรูปเศรษฐกิจเร่งด่วนใน 20 เดือนข้างหน้า เพื่อสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยต้องดำเนินการใน 4 ประเด็น คือ 1.เร่งแก้ปัญหาอำนาจเหนือตลาด เพราะเป็นต้นตอของทุนสามานย์นำไปสู่ระบบเผด็จการรัฐสภาทุนสามานย์ จึงต้องเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมออกมาโดยเร็ว โดยต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ในขณะที่ประเด็นที่ 2.ปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาเร่งจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม โดยผ่านการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องออกมา ส่วน 3.เร่งปฏิรูประบบการเงินฐานราก คนในชุมชนไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน ชุมชนขาดสถาบันการเงินที่เข้มแข็งและไม่ได้มาตรฐาน เป้าหมายที่จะยกมาตรฐาน 7,000 แห่งใน 10 ปีข้างหน้าควรลดเวลาเหลือ 5 ปี และควรยกมาตรฐานสถาบันการเงินชุมชนอย่างน้อยหนึ่งแห่งทุกจังหวัดให้เห็นเป็นรูปธรรมใน 20 เดือนข้างหน้า
สำหรับประเด็นที่ 4.เร่งปฏิรูปที่ดิน ทั้งนี้เพราะคนจนและเกษตรกรรายย่อยขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือถึง 4 ล้านคน ในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำร่องไปแล้ว โดยมอบที่ดินชุมชนให้ ต.แม่ทา จ.เชียงใหม่ ให้ชุมชนมีสิทธิในการทำกินเท่านั้น โดยไม่สามารถจำหน่ายถ่ายโอนที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
นพ.ชูชัย กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นต้องเร่งร่าง พ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน รวมทั้งมาตรการทางภาษีในที่ดิน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่คุ้มค่า ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้ขั้นต่ำปีละประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หาก สปท.ทำตามข้อเสนอดังกล่าวได้จะลดความเหลื่อมล้ำได้มาก สังคมไทยจะน่าอยู่น่าอาศัยยิ่งขึ้น
เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สมาชิก สปท. เสนอว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาอย่าลืมว่าประเทศไทยมีพื้นฐานในด้านทางเกษตรกรรม โดยพึ่งพาทางธรรมชาติเป็นหลัก ระยะที่ผ่านมาพบว่าฝนแล้งมากขึ้น อยู่กับการทำลายทรัพยากร เรื่องน้ำน้อยมีปัญหา
ดังนั้นการจัดการน้ำนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้ ลดปัญหาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้
ทวีศักดิ์ กออนันตกุล สมาชิก สปท. กล่าวว่า อยากเสนอให้มีการบรรจุเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ซึ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจหลักและเศรษฐกิจฐานรากไปอยู่ในการพัฒนาหลักเศรษฐกิจ
ด้านการปฏิรูปพลังงาน ศิริชัย ไม้งาม สมาชิก สปท. เสนอว่าพลังงานไฟฟ้าถูกผูกขาดโดยธรรมชาติเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค และควรจะต้องมีการจัดสรรอย่างเป็นธรรม โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าประเทศเปลี่ยนแปลงมาตลอด โดยระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถือว่ามีความเหมาะสมกับประเทศไทย
อย่างไรก็ดี การประมูลการไฟฟ้าขององค์กรกำกับดูแลนั้นต้องยึดหลักธรรมาภิบาลและมีความโปร่งใส ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเสียประโยชน์ เพราะปัจจุบันให้เอกชนถือหุ้น 55% และรัฐ 45% ถามว่าทำอย่างไรจึงจะป้องกันการผูกขาดโดยรัฐหรือเอกชน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่ธุรกิจต้องมีการศึกษาอย่างรอบด้าน การปฏิรูปไฟฟ้าถ้าทำไม่ดีก็ล้มเหลว เสียหายรุนแรง ซึ่งเกิดมาแล้วในหลายประเทศ ที่มีการเปิดเสรีการไฟฟ้า โดยขาดการวางแผนรอบคอบ ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้น เพราะประโยชน์เอกชนมุ่งหวังกำไร การแยกระบบส่งไฟฟ้าและควบคุมออกจากรัฐ ซึ่งรัฐต้องมีกำลังผลิต 50% แต่การผลิตต้องคำนึงความพอเพียง หากแยกออกจะดำเนินงานการโดยหน่วยงานใดและหากเกิดกรณีภาวะฉุกเฉิน หากรวมศูนย์จะแก้ไขได้ดี หากแยกออกจะแก้สถานการณ์ได้ยาก ซึ่งอยากเห็นการปฏิรูปไม่ใช่การแปรรูป
พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา กล่าวว่า พลังงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ พลังงานเกี่ยวข้องกับทหารและขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ถ้าประเทศไม่มีศักยภาพทางการรบ ทั้งทางบก เรือ และทางอากาศก็ไม่สามารถดำเนินการได้หากไม่เพียงพอ รวมถึงศักยภาพการต่อรองก็ไม่สามารถต่อรองใดๆ กับประเทศในภูมิภาคนี้ได้ และคงไม่มีความภาคภูมิใจหากไม่มีพลังงานเอง ดังนั้นต้องคิดปฏิรูปกันให้ดี
ทั้งนี้ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. กล่าวว่า รายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 8 วาระพัฒนาได้เสนอไปยัง ครม.น่าจะดำเนินการต่อและควรฝากให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ เพราะการปฏิรูปประเทศจะจบลงแค่แม่น้ำ 5 สายไม่ได้ ทั้งนี้หากสมาชิกมีประเด็นเพิ่มเติมก็สามารถเสนอได้
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 พ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานของ สปท.







