posttoday
สปท.ชงกรธ.บัญญัติข้อห้ามนักการเมืองโกงเข้าบริหารประเทศ

สปท.ชงกรธ.บัญญัติข้อห้ามนักการเมืองโกงเข้าบริหารประเทศ

10 พฤศจิกายน 2558

สปท.เสนอกรรมการร่างฯกำหนดข้อห้ามชัดเจนในรัฐธรรมนูญป้องกันนักการเมืองทุจริตเข้าบริหารประเทศ

สปท.เสนอกรรมการร่างฯกำหนดข้อห้ามชัดเจนในรัฐธรรมนูญป้องกันนักการเมืองทุจริตเข้าบริหารประเทศ

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสปท. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระอภิปรายแสดงความเห็นต่อแนวทางการทำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรธ.

โดยก่อนเข้าสู่เนื้อหา นายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. อภิปรายเสนอให้นายมีชัย เข้าร่วมรับฟังความเห็นสปท. พร้อมกับนำเสนอบทวิเคราะห์ ต่อมุมมองปัญหาของบ้านเมืองที่ผ่านมา เพื่อให้สมาชิกสปท.ได้เข้าใจทิศทางและแนวทางที่จะนำไปสู่การทำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  แต่พบว่าทางกรธ. ไม่มีการส่งตัวแทนคนใดเข้าร่วมรับฟังในที่ประชุม

ขณะที่การแสดงความเห็นของสปท.ได้เน้นประเด็นทางการเมือง ระบบเลือกตั้ง ที่เสนอให้กรธ. เพิ่มมาตรการลงโทษรุนแรงต่อผู้ทุจริตการเลือกตั้ง โดยนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. อภิปรายเสนอให้กรธ. กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งสส.

1. ผู้เคยทำทุจริต ศาลตัดสินว่าเป็นผู้ที่คอร์รัปชั่น และผู้เคยถูกลงโทษ เพราะบุคคลดังกล่าวถือว่ามีตำหนิไม่ว่าจะกระทำการในอดีตหรือปัจจุบัน

2.บุคคลที่ถูกศาลตัดสิทธิการลงเลือกตั้ง รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เคยถูกสภาฯ ถอดถอน

3.ข้าราชการที่ถูกปลดออก ไล่ออก หรือถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดแม้จะเป็นการรอลงโทษทางอาญาในคดีที่ไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์หรือเรื่องสุจริต เช่น การยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ ฉ้อโกงบุคคลอื่น

4.บุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับการตรวจสอบประวัติทาการเมืองและการเสียภาษีย้อนหลัง เพื่อเป็นมาตรฐานการตรวจสอบ ร่อนตระแกรงคนดี ไม่ให้นักการเมืองคนโกง คนค้ายาเสพติด หรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเป็น ส.ส. เหมือนกับรอบที่ผ่านมาที่พบว่ามีมือปืนอยู่เต็มสภา

นอกจากนั้นขอเสนอกระบวนการระหว่างลงสมัครรับเลือกตั้งให้รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต้องกำหนดข้อความให้ชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดการตีความ  คือการหาเสียงเลือกตั้งต้องทำให้เกิดความเท่าเทียม กำหนดประเด็นหาเสียงที่ทำได้ และทำไม่ได้ โดยงดการหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยม เช่น โครงการที่นำเงินไปแจกประชาชน  หัวละ 2,000 บาท

“กรณีของผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งต้องถูกลงโทษที่รุนแรง ด้วยโทษจำคุกตั้งแต่ 20 ปี ถึงตลอดชีวิตเพราะถือว่าเป็นผู้ที่ที่ทำลายการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่การตรวจสอบต้องทำให้รวดเร็วภายใต้ระยะเวลา 1 ปี ขณะที่ผู้ที่ซื้อสิทธิ ขายเสียง หรือที่เกี่ยวกับการทุจริตต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และผมเสนอด้วยว่าต้องห้ามลูก เมีย พ่อ แม่ของผู้ที่ทำทุจริตเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ส่วนกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเป็นใจต้องลงโทษด้วยการยุบพรรค ขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการการเลือกตั้งต้องเน้นการทำงานเชิงรุก” นายวันชัย กล่าว

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. เสนอว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องแยกเนื้อหาระหว่างหลักการที่ปฏิบัติ ที่ร่างรัฐธรรมนูญต้องเขียนเฉพาะหลักการเท่านั้น ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องควรไปกำหนดไว้ในกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แก้ไขในรายละเอียดได้ง่าย ขณะที่การเปลี่ยนผ่านเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ควรนำไปเขียนในบทเฉพาะกาล  เช่น การบริหารราชการของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามสูตรใหม่ ควรกำหนดให้มีวาระ 2 ปี เพื่อประเมินผลการเลือกตั้ง ว่าสุจริตเที่ยงธรรมหรือเที่ยงธรรมจริงหรือไม่ สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้จริงหรือไม่

นายเสรี กล่าวต่อว่า รวมถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจในกรอบ บริหาราชการประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากใช้การเลือกตั้ง 2 ครั้งๆ ละ 2 ปี จะลดการซื้อเสียงได้แน่นอน รวมถึงที่มาของ นายกฯ ในบทเฉพาะกาล ควรกำหนดให้มาจากผู้ที่เป็นสส.หรือไม่เป็นสส.ก็ได้ ขณะที่การกำหนดวันเลือกตั้งไม่ควรเขียนผูกมัดไว้ แต่ควรให้เป็นดุลยพินิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมของสถานการณ์บ้านเมือ ภายใต้โรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะที่สว.ในหลักการควรมาจากการเลือกตั้ง แต่เพื่อแก้ปัญหาในบทเฉพาะกาลควรให้สว.มาจากการแต่งตั้ง

ด้านนายจินดา วงศ์สวัสดิ์ สมาชิก สปท. กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนระบบเลือกตั้งของกรธ. แต่ควรปรับวิธีการกาคะแนนด้วยการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการลงคะแนนนั้น ประชาชน 1 คนมีสิทธิกาคะแนนสส.เขตได้ 2 คน เพื่อเฉลี่ยคะแนนเลือกตั้ง และลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ ประชาชน 1 คน มีสิทธิลงคะแนน 10  เสียง เพื่อให้เกิดการกระจายคะแนน

ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง กำหนดให้พรรคส่งผู้สมัครเขตละ 1 คน แต่ให้สิทธิสมาชิกพรรคที่ไม่ได้รับเลือกให้ลงแข่งขันเลือกตั้ง ส่งตนเองลงสมัครในเขตเลือกตั้งในนามอิสระได้ โดยไม่ต้องลาออกจากสมาชิกพรรค ระบบบัญชีรายชื่อต้องไม่มีการหาเสียงให้กับพรรคการเมืองขณะที่ประชาชนต้องมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้อย่างอิสระ 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ