
กรธ.ให้อำนาจ "กกต." ฟันทุจริตเลือกตั้ง
กรรมการร่างรัฐธรารมนูญมอบอำนาจกกต.จัดการทุจริต ให้เป็นหน่วยงานมีอำนาจสั่งงดเลือกตั้งบางหน่วยได้
กรรมการร่างรัฐธรารมนูญมอบอำนาจกกต.จัดการทุจริต ให้เป็นหน่วยงานมีอำนาจสั่งงดเลือกตั้งบางหน่วยได้
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)นั้นที่ประชุมกรธ.ยังคงให้กกต.มีอำนาจให้ใบเหลืองเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ในกรณีที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่หากจะเอาผิดกับผู้ทุจริตถึงขึ้นเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลนั้น จะต้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย
นายอมร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ก็ให้กกต.มีอำนาจสามารถสั่งงดการลงคะแนนในรายหน่วยเลือกตั้งและให้มีการลงคะแนนใหม่ได้ หากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น การกำหนดอำนาจแบบใหม่นี้ เกิดจากกรธ.ต้องการจะเน้นการป้องกันการทุจริตเชิงรุก โดยให้อำนาจกกต.เพียงคนเดียวที่พบเห็นการทุจริตซึ่งหน้าก็สามารถสั่งงดการลงคะแนนได้ทันที ซึ่งการทุจริตที่จะสามารถสั่งปิดหน่วยได้นั้น จะต้องเกิดขึ้นอย่างชัดแจ้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหารือถึงประเด็นนี้ กรธ.ก็มีการยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 57 ที่มีปัญหาด้วย แต่ไม่ใช่สาระสำคัญกับการให้อำนาจนี้แก่กกต. ขณะเดียวกัน ให้ กกต. มีอำนาจไต่สวนและสั่งให้ออกเสียงประชามติใหม่ได้ เฉพาะเกิดกรณีการออกเสียงประชามติเป็นไปไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โฆษกกรธ. กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่ว่าหากปิดหน่วยเลือกตั้งแล้วจะมีผลต่อการรับรอง สส.หรือไม่ ประเด็นนี้ อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ได้มีการหารือว่า อาจจะต้องมีการปรับเกณฑ์เดิมที่วางไว้ว่า จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกได้ต่อเมื่อ กกต. รับรอง สส. เกิน 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งนี้อาจจะลดเกณฑ์ดังกล่าวให้น้อยลง เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่สูงเกินไป เพราะ กกต.อาจมีปัญหาในการรับรองผลได้
ขณะที่ การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ยังมีความกังวลว่า หากจำนวน สส.ส่วนเกินกว่าจำนวนที่กำหนดจะทำอย่างไร เบื้องต้นทางกรธ. ได้พิจารณาแล้วมีแนวโน้มว่าจะใช้การคำนวณไม่ซับซ้อน เปรียบเทียบหาในลักษณะบัญญัติไตรยางศ์ โดยคิดจากฐานของสส.บัญชีรายชื่อที่กำหนดให้มี 150 คน ยืนยันว่า กรธ.ต้องการความเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่ช่วยเหลือพรรคการเมืองใด ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองมีศักยภาพส่งผู้สมัครสส.เขตที่ไม่ครบทุกเขตนั้น กรธ.จะไม่เขียนบทบังคับให้ดำเนินการใดๆ เพราะต้องการให้พรรคการเมืองต่างๆ มีการพัฒนาภายในพรรคตามศักยภาพที่พึงมี







