
หนุน "สสส." แก้ระเบียบภายในแทนแก้ พรบ.
วงเสวนาเชียร์สสส.เดินหน้าต่อ ชี้มีคุณภาพสานความร่วมมือรัฐ-เอกชน
วงเสวนาเชียร์สสส.เดินหน้าต่อ ชี้มีคุณภาพสานความร่วมมือรัฐ-เอกชน
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนาเรื่อง “สสส.ในฐานะองค์กรจัดการภาครัฐแนวใหม่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร”
นพ.ปิยะ หาญวรวงค์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพ เปิเผยว่า การสร้างเสริมสุขภาพ ปกติมีความหลากหลาย มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะ ไม่เห็นผลในทันที ขณะเดียวกัน การสร้างเสริมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบาย อาจไม่เห็นผลในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน แต่โมเดลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้นำเอาภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหลากหลาย และนำความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เข้ามาช่วยกัน จนกระทั่งได้โครงการที่มีคุณภาพ และผ่านการประเมินเข้ามา จึงคิดว่าเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างดี
นพ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอให้นิยามคำว่า “สุขภาพ” และ “สุขภาวะ” ให้ชัดเจน นั้นโดยส่วนตัวเห็นว่า สามารถทำได้ด้วยการจัดการภายในองค์กรสสส.เอง อาจไม่จำเป็นต้องแก้พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 หรือทำนิยามให้แคบลงด้วยตัวกฎหมาย เพราะอำนาจสำนักงานฯ สามารถทำได้อยู่แล้ว รวมถึงประเด็นที่ถูกท้วงติงว่าหลายโครงการให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนนั้น ก็อาจต้องเพิ่มรายละเอียดตั้งแต่ต้น ให้ลึกถึงขั้นว่า ผลลัพธ์สุท้ายของโครงการจะเป็นอย่างไร โดยใช้ทฤษฎีมาอธิบายให้ชัด
“แต่ในความเป็นจริง มันมีปัจจัยกำหนดสุขภาพอีกหลากหลายเรื่อง ซึ่งต้องมองในภาพรวมสังคม และสสส.ต้องเข้าไปเกี่ยวโยง นอกจากนี้ ยังต้องรวมถึงตัวปัจจัยแวดล้อม ทั้งเรื่องสุขภาพใจ เรื่องกฎหมาย เทคโนโลยี ก็โยงมาถึงสุขภาพได้หมด” นพ.ปิยะกล่าว
ส่วนประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน นพ.ปิยะ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย อยู่ในมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งหากเอาคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนออกไป งานของสส.อาจไม่คืบหน้าอะไรเลย แต่ถ้าหากมีหลักฐานว่า มีผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนได้รับประโยชน์จริง ก็ควรต้องตรวจสอบ
ขณะที่ นายวิเชียร พงศธร กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ พ.ร.บ. เพราะต้องใช้เวลา และมีขั้นตอนต่างๆ อีกมาก อย่างไรก็ตาม กรรมการสสส.มีอำนาจในการกำหนดกรอบ แผนและประเมินผลงานอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้ เชื่อว่าจะมีการถ้าปรับปรุงนิยาม หรือกรอบให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือนิยามเรื่องสุขภาพ







