posttoday
อดทนรอ

อดทนรอ

09 พฤศจิกายน 2558

จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาเมื่อวานนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นการเลือกตั้งอย่างเสรีครั้งแรกในรอบ 25 ปี หรือตั้งแต่ปี 1990 ปีที่เกิดเหตุการณ์นองเลือดเมื่อรัฐบาลทหารไม่ยอมรับชัยชนะอันท่วมท้นของฝ่ายอองซานซูจี และเข้ายึดอำนาจตั้งแต่นั้นมา

จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาเมื่อวานนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นการเลือกตั้งอย่างเสรีครั้งแรกในรอบ 25 ปี หรือตั้งแต่ปี 1990 ปีที่เกิดเหตุการณ์นองเลือดเมื่อรัฐบาลทหารไม่ยอมรับชัยชนะอันท่วมท้นของฝ่ายอองซานซูจี และเข้ายึดอำนาจตั้งแต่นั้นมา

หลายคนอาจสงสัยว่า เมียนมาก็มีการเปิดประเทศเลือกตั้งไปแล้วเมื่อปี 2010 ไม่ใช่หรือ

เมื่อ 5 ปีก่อนมีการเลือกตั้งจริง แต่ก็เป็นการเลือกตั้งที่จัดเตรียมโดยรัฐบาลทหาร ต่างจากในวันนี้ที่รัฐบาลประธานาธิบดี เต็งเส่ง ถือเป็นรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าจะเป็นพลเรือนที่เคยสวมหรือยังสวมท็อปบู๊ตทหารกันมากกว่าครึ่งก็ตาม นอกจากนี้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมายังเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์พายุนาร์กีสเข้าถล่มอย่างหนัก อย่าว่าแต่ไปคูหาเลือกตั้งเลย หลายพื้นที่คนของเขายังไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่ ทำให้เป็นการจัดการเลือกตั้งที่สุดจะกระท่อนกระแท่น

ทว่าในครั้งนี้ต่างออกไป ทุกฝ่ายพร้อมและเดินหน้าหาเสียงกันอย่างเต็มที่และดุเดือดกันพอสมควร ทั่วโลกจึงให้ความสนใจกับการหย่อนบัตรรอบนี้เป็นพิเศษ หลายประเทศ เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ยังส่งคณะผู้สังเกตการณ์ไปจับตาการเลือกตั้งโดยเฉพาะด้วย

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นนั้น เป็นที่รู้กันแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ เฉพาะในเมืองสำคัญที่มีความพร้อมสูง เช่น ย่างกุ้ง

ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ คาดว่าต้องรอเป็นเดือนหรือหลายเดือน เพราะในหลายพื้นที่ยังเป็นเขตทุรกันดาร หรือมีปัญหาเป็นเขตพื้นที่กองกำลังชนกลุ่มน้อย

แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงของกระบวนการเลือกตั้ง ยังไม่อาจเห็นผลได้เต็มรูปธรรม 100%

ไม่ว่าประชาชนจะต้องการประชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงแบบที่เห็นได้ชัดเจน หรือเรื่องปากท้องความกินดีอยู่ดีเป็นหลัก แต่การเลือกตั้งเพียง 1-2 ครั้ง สำหรับประเทศที่เป็นระบอบทหารมาหลายสิบปี ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยทันที นักวิชาการและนักการเมืองต่างประเทศยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้แต่ซูจีเองก็อาจทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจริง ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง รวมถึงการจัดการกับชนกลุ่มน้อย หรือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ทว่าอย่างน้อยที่สุด ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็เลือกที่จะเล่นเกมในกรอบกติกาเดียวกัน เป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยแบบเมียนมาๆ ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก เพราะทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะย้อนกลับไปสู่อดีตในปี 1980 ที่เห็นบทเรียนมาแล้ว ทั้งฝั่งโลกอาหรับ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านอย่างไทย ที่ติดหล่มการเมืองจนทำให้การพัฒนาต้องชะงักงันและถดถอยที่สุดในอาเซียน ชนิดที่พูดไปเมื่อ 30 ปีก่อนคงไม่มีใครเชื่อว่า ประเทศจะยังอยู่ในวังวนของคอร์รัปชั่นและรัฐประหารมากที่สุดใน 10 ชาติอาเซียน

ประชาธิปไตยในเมียนมาจึงเป็นก้าวที่ช้าและไม่อาจเร่งรีบได้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี