
เช็กสุขภาพคนวัย35ปีอัพเสี่ยงเบาหวาน‘4ล้านคน’
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวงทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธ.ค. 2554
การดำเนินงานโครงการนี้ในปี 2552 ผลตรวจสุขภาพประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปกว่า 20 ล้านคน พบผู้ที่เพิ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานแต่ยังไม่รู้ตัว 353,189 คน และพบผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าปกติหากไม่ดูแลตัวเองก็จะเสี่ยงเป็นเบาหวานสูง 1.7 ล้านคน
พบผู้เพิ่งป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ยังไม่รู้ตัว 651,867 คน และยังมีผู้ที่มีความดันสูงกว่าเกณฑ์ปกติเสี่ยงจะป่วยอีกกว่า 2.4 ล้านคน ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแล้วพบ 610% มีโรคแทรกซ้อนอีกกว่า 2 แสนคน
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยมีแนวโน้มป่วยด้วยโรคเรื้อรังหรือที่เรียกว่าโรควิถีชีวิต เช่น โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์อัมพาตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เพิ่มภาระครอบครัว รวมถึงการพัฒนาประเทศ เนื่องจากจะขาดกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ
ในปี 2549 ไทยสูญเสียรายได้จากผลผลิตประชาชาติ (จีดีพี) เพราะโรคหัวใจ อัมพาต และเบาหวาน ราว 4,200 ล้านบาท ในอีก 5 ปีหรือปี 2558 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 52,150 ล้านบาท
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาวันที่ 27 ก.ค.
–23 ต.ค. 2553 สธ.ได้จัดทำโครงการรวมพลคนรักสุขภาพทำดีเข้าพรรษา โดยจะให้ อสม.ทั่วประเทศเดินเคาะประตูบ้านแจกใบสั่งตนเองในการทำความดี 30 ล้านใบ ให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป อสม.1 คนแจกให้ 9 คน ไปดูแลสุขภาพตามที่กำหนด คาดจะลดการสูญเสียจีดีพีได้ 1020%






