
"สปท." เตรียมเปิดฟังความเห็นร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิก
สปท.เตรียมเปิดรับฟังความเห็นสมาชิกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ "กษิต" ขอคสช.เปิดให้พรรคการเมืองประชุมได้
สปท.เตรียมเปิดรับฟังความเห็นสมาชิกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ "กษิต" ขอคสช.เปิดให้พรรคการเมืองประชุมได้
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสปท. ได้ขอหารือถึงแนวทางในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในการประชุมสปท.ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ว่า เบื้องต้นจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ถูกต้องและเป็นผลมากที่สุด
ร.อ.ทินพันธุ์ ชี้แจงว่า จากการที่สปท.ได้รับการประสานจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้เสนอความเห็นในกรอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวเห็นว่ารายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมี 8 วาระพัฒนาที่น่าจะได้ดำเนินการต่อ และควรฝากให้กรธ.บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งได้ดำเนินการต่อ
ทั้งนี้ เพราะการปฏิรูปประเทศจะจบลงแค่แม่น้ำ 5 สายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกมีประเด็นเพิ่มเติมก็สามารถเสนอได้ และในวันที่ 12 พ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) สปท.เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานของสปท.
ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. คนที่ 1 กล่าวว่า แนวทางการอภิปรายจะเป็นไปอย่างอิสระ ไม่ได้เป็นการผูกมัด โดยสมาชิกจะรวบรวมประเด็นทุกประเด็นเป็นข้อเสนอส่งไปยังกรธ. และหน้าที่อีกประการของสปท. คือ ร่วมกันจัดทำยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายรวมถึงพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการเงินที่ต้องส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)พิจารณา โดยจะมีวิป 2 ชุดที่จะเป็นคนกลางในการประสานงานคือ วิปร่วมระหว่างครม. สปท.และสนช. และวิปร่วมระหว่างสนช. กรธ.และสปท.
ทั้งนี้ การอภิปรายแสดงความเห็นจะต้องคำนึงถึงกฎหมายในการปฏิรูปประเทศและสิ่งที่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งความคิดเห็นของสมาชิกทั้งหมดจะมีการรวบรวมและส่งไปยังกรธ.ต่อไป
ด้าน นายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ได้ลุกขึ้นหารือว่า ในฐานะเป็นตัวแทนพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกอยู่ในสปท.กว่า 10 คน เพื่อให้ทุกส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิรูป โดยขอเสนอให้ประธานสปท.ประสานไปยังรัฐบาลอนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมกันในสถานที่ของตนเอง เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูป โดยจะมอบหมายให้ตนมาชี้แจงในสปท.หรือส่งข้อคิดเห็นไปยังรัฐบาลก็ได้ และจะไม่มีการกวนเมือง หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง หากมีการกวนเมืองก็ต้องลงโทษ พรรคการเมืองก็ต้องรับโทษไป
ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสปท. เสนอว่า ในการอภิปรายข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นอยากให้สมาชิกซึ่งรู้อยู่แล้วว่า ตนเองสนใจการปฏิรูปด้านใดให้พูดเรื่องนั้นๆ ว่าควรบรรจุเรื่องใดในรัฐธรรมนูญบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า







