posttoday
ทหารแจงไม่ได้ชกตร.ชี้คู่กรณีใช้วาจาไม่สุภาพก่อน

ทหารแจงไม่ได้ชกตร.ชี้คู่กรณีใช้วาจาไม่สุภาพก่อน

09 พฤศจิกายน 2558

ทหารอากาศแจงไม่ได้ชกตำรวจขณะตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ ชี้คู่กรณีใช้วาจาไม่สุภาพ มีกิริยาไม่เหมาะสมก่อน

ทหารอากาศแจงไม่ได้ชกตำรวจขณะตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ ชี้คู่กรณีใช้วาจาไม่สุภาพ มีกิริยาไม่เหมาะสมก่อน

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พ.อ.ท. กัมปนาท จันทรเดชาคล ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความเอาผิดในข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน เหตุเกิดระหว่างที่ พ.อ.ท.กัมปนาทถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ ขณะตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์บริเวณ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  Boy Kampanat Chantaradechakol ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมจะขับรถหลบหนีด่านตรวจตามที่ตำรวจกล่าวอ้าง รวมทั้งยังยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุบรถอย่างแรงหลายครั้ง และใช้น้ำเสียง กิริยาไม่สุภาพในการสนทนาด้วย จากนั้นได้มีการโต้เถียงกัน

พ.อ.ท.กัมปนาทระบุอีกว่า ต่อมาตำรวจคู่กรณีได้เข้าไปนั่งในรถของตนและไม่ยอมออกมา ทั้งที่ร้องขอหลายครั้งแล้ว โดยตำรวจคู่กรณียังใช้วาจาและกิริยาที่ไม่สุภาพเช่นเดิม และมีท่าทีที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงบันดาลโทสะเข้าไปกระชากคอเสื้อดึงออกมาจากรถและไม่ได้มีการชกต่อยเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ส่วนบาดแผลแตกที่ศีรษะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดจากการกระแทกกับเพดานห้องโดยสารรถระหว่างมีการฉุดกระชากกัน

สำหรับข้อความที่ พ.อ.ท.กัมปนาทโพสต์ไว้มีดังนี้

สวัสดีครับ กระผม พ.อ.ท. กัมปนาท จันทรเดชาคล ซึ่งเป็นบุคคลที่ตามข่าวที่ถูกกล่าวหา https://facebook.com/permalink.php?story_fbid=850672078364377&id=453355231429399&substory_index=0&__mref=message โดยการที่ข่าวได้ถูกออกไปตามสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไปมาก ทำให้กระผมต้องตกเป็นจำเลยของสังคม และทำให้กองทัพต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอันมาก ดังนั้นกระผมจึงขอออกมาชี้แจงความจริงและปกป้องชื่อเสียงในฝั่งของกระผมบ้าง ดังนี้ครับ

ในวันดังกล่าวกระผมได้ขับรถเพื่อที่จะกลับบ้านย่านดอนเมือง โดยก่อนหน้านั้นกระผมได้ไปทานข้าวกับแฟนสาวย่านรามอินทรา โดยกระผมได้ดื่มเบียร์ไป 1 ขวด และได้เลิกดื่มไปสักพักก่อนที่จะขับรถออกมา (ผลแอลกฮอลล์ 48 มิลลิกรัม กฏหมายไม่ให้เกิน 50) โดยที่กระผมได้มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากตื่นเช้าเพื่อไปทำงานในทุกๆ วัน จึงได้คุยกับแฟนสาวว่าจะไปนอนพักในโรงแรมที่ ม.ราชภัฏพระนคร ซึ่งกระผมได้ได้ขับรถมาเกือบถึง ม.ราชภัฏฯ และได้เห็นด่านตรวจที่ตั้งอยู่หน้า ม. โดยได้ตั้งอยู่บริเวณประตูทางออก (ประตูทางออกในขณะนั้นปิด) ซึ่งประตูทางเข้านั้นจะถึงก่อน

จากนั้นกระผมได้ขับรถเข้าไปทางประตูทางเข้าซึ่งได้เห็น จนท.ตร. 2 นายยืนอยู่และได้ทำการขอตรวจค้น ซึ่งกระผมก็ยินยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี พร้อมทั้งแสดงบัตรข้าราชการให้ทราบ โดยกริยาและคำพูดของกระผมสุภาพและไมได้เบ่งแต่อย่า่งใด ซึ่ง จนท.ตร. ก็ได้ปล่อยให้กระผมขับรถเข้ามาภายใน ม. จากนั้นกระผมจึงได้ทำการเช็คราคาที่พักของโรงแรมใน ม. ดังกล่าว ปรากฏว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งกระผมได้ไตร่ตรองดูว่าไม่คุ้มกับที่จะพักแค่ไม่กี่ ชม. กระผมจึงได้คุยกับแฟนสาวว่าจะขับรถกลับไปนอนที่บ้านย่านดอนเมืองโดยจะขอจอดพักในบริเวณ ม. เพื่อดื่มน้ำและสูบบุหรี่ให้หายอ่อนเพลียก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที

จากนั้นกระผมจึงได้ขับรถออกไปทางหน้า ม. โดยเป็นทางเดียวกับทางเข้า ซึ่งกระผมได้ขับรถช้ามากเพราะในบริเวณ ม. ค่อนข้างมืดและใกล้ถึงทางออก ในระหว่างนั้นกระผมได้เห็น จ.ส.ต. นิยม สุขเกตุ ทำการโบกรถให้กระผมจอด โดยกระผมได้เห็นและกำลังจะจอดรถ จากนั้นกระผมได้ยินเสียงทุบรถของกระผมอย่างแรงและหลายครั้งมากพร้อมกับตะโกนบอกให้หยุดรถ กระผมจึงได้ทำการหยุดรถกระทันหันเนื่องจากตกใจคิดว่าจะขับรถชนอะไร ซึ่งภายหลังทราบชื่อคือ ร.ต.ท. สมคิด พิมพ์เงิน ซึ่งเป็นคู่กรณีของกระผม

โดยหลังจากที่จอดรถ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้เปิดประตูรถและได้ให้แฟนสาวของกระผมลงจากรถ โดยใช้น้ำเสียงและกริยาที่ไม่สุภาพตั้งแต่แรก ซึ่งแฟนสาวของกระผมก็ได้ลงจากรถและ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้เข้ามานั่งทางฝั่งผู้โดยสารแทน ซึ่งกระผมได้สอบถามว่าทำไมต้องทุบรถแรงขนาดนั้น พร้อมทั้งได้แสดงตัวว่าเป็นทหาร แต่ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้ใช้น้ำเสียงและประพฤติกริยาที่ไม่สุภาพกับกระผม โดยได้กล่าวหาว่ากระผมมีพิรุธและจะขับรถหลบหนีเพื่อไม่ให้ตรวจค้น ซึ่งกระผมได้อธิบายเรื่องราวแต่ต้นให้ฟัง และได้บอกให้ตรวจค้นรถได้ตามสบาย แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ไม่ฟังเหตุผลใดๆ และได้นั่งอยู่ในรถของกระผมตลอดเวลา โดยที่ไม่ได้ทำการตรวจค้นแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนั้นกระผมและ ร.ต.ท. สมคิดฯ จึงได้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกันทั้งสองฝ่าย (เนื่องจากกระผมไม่เข้าใจในพฤติกรรมของ ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าทำไมไม่วิทยุให้ด่านที่อยู่บริเวณหน้า ม. ตรวจ แต่ทำไมต้องมาให้หยุดและลงจากรถในที่ที่เป็นที่มืด)

ซึ่งทาง จ.ส.ต. นิยมฯ เห็นท่าไม่จึงได้กันตัวกระผมออกไปให้ห่างจากรถและ ร.ต.ท. สมคิดฯ โดยที่กระผมได้ดึงกุญแจรถมาเก็บไว้ที่ตัวกระผมเพื่อแสดงว่าบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้คิดจะหลบหนีแต่อย่างใด โดยตลอดเวลาผมได้พูดย้ำกับ ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้ตรวจค้นได้ตามสบาย ถ้าตรวจค้นเสร็จแล้วหรือไม่ได้ทำการตรวจค้นให้ลุกออกมาจากรถของกระผมด้วย โดยที่กระผมได้ขอร้องทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ในเรื่องดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เนื่องจากกระผมต้องการที่จะปกป้องในทรัพย์สินของกระผมจากข้อหาที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ (ยัดยาเสพติด) ซึ่งจากเหตุการณ์และอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายในตอนนั้น กระผมจำต้องกระทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องฝ่ายกระผมจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยที่กระผมในขณะนั้นได้พูดคุยอยู่กับ จ.ส.ต. นิยมฯ ที่ดึงกระผมออกมาจากเหตุการณ์นั้น โดยไม่ได้โต้เถียงกันตามที่ข่าวเสนอไป และกระผมได้อยู่ห่างจากตัวรถประมาณ 10-20 เมตร โดยที่ จ.ส.ต. นิยมฯ ได้เข้าไปพูดคุยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้สงบสติอารมณ์เช่นกัน

ซึ่งในขณะนั้นแฟนสาวของกระผมได้เข้ามานั่งอยู่ในฝั่งคนขับของรถ และได้ยิน ร.ต.ท. สมคิดฯ กล่าวว่า "กราบตีนกูถึงจะจบ" โดยที่กระผมก็ได้ยินเช่นกันแต่ไม่ชัดเนื่องจากอยู่ห่างจากรถพอสมควร ซึ่งกระผมไม่ได้ถือสาอะไรเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอารมณ์โกรธของทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้นแฟนสาวของผมก็ได้พูดคุยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ว่าให้ใจเย็นๆ และคุยกันด้วยเหตุผล ด้วยวาจาและกริยาที่สุภาพ แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้กล่าวตอบกลับไปด้วยวาจาและกริยาที่ไม่สุภาพ (ขึ้น กู มึง) กระผมได้ยินดังนั้นเลยได้เข้าไปตักเตือนและต่อว่าว่าทำไมถึงใช้วาจากับผู้หญิงและที่เป็นประชาชนด้วยวาจาที่สุภาพ

โดยหลังจากนั้นกระผมได้ถอยห่างออกไปจากรถเพื่อสังเกตการณ์ แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ กลับไม่สนใจและได้โต้เถียงกับแฟนสาวของกระผมต่อด้วยวาจาที่ไม่สุภาพเช่นเดิม กระผมได้ยินอีกครั้งจึงได้เข้ามาตักเตือน ร.ต.ท. สมคิดฯ อีกครั้ง และได้ถอยออกมาจากรถเพื่อสังเกตการณ์เช่นเดิม ซึ่งหลังจากนั้นทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ยังใช้วาจาและกริยาที่ไม่สุภาพเช่นเดิม และมีท่าทีที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระผมได้ยินดังนั้นจึงบันดาลโทสะและได้ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อ ร.ต.ท. สมคิดฯ โดยเจตนาคือให้ออกมาจากรถของกระผมและให้เลิกโต้เถียงกับแฟนสาวของกระผม ซึ่ง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ไม่ได้ยินยอมที่จะออกมาจากรถโดยง่าย จึงเกิดการฉุดกระชากกันขึ้น โดยระหว่างฉุดกระชากกัน ศรีษะของ ร.ต.ท. สมคิดฯ ได้ไปกระแทกกับเพดานขอบรถด้านในหรือมือจับบนเพดานของฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า เป็นเหตุทำให้ศรีษะของ ร.ต.ท. สมคิดฯ แตก (ซึ่งหลังจากนั้นกระผมได้ทราบว่าเป็นแผลแตกเนื่องจากกระแทกของแข็ง ไม่ถึงกับขั้นเย็บแผลแต่อย่างใด)

กระผมและ ร.ต.ท. สมคิดฯ เมื่อได้เห็นเลือดไหล ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ก็ได้ลุกออกมาจากรถและกระผมก็ได้ปล่อยมือออกจากคอเสื้อ โดยที่ไม่ได้ทำการชกต่อยไปที่ใบหน้าหรือศรีษะเป็นจำนวน 2-3 ครั้งตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด หลังจากนั้นทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ จึงได้วิทยุไปตาม จนท.ตร. คนอื่นในด่านให้มาช่วยดู ซึ่งกระผมก็ได้ยืนอยู่ในบริเวณนั้นและไม่ได้คิดที่จะหลบหนีหรือทำการต่อสู้แต่อย่างใด ซึ่งเมื่อทาง จนท.ตร. คนอื่นๆ มาถึง กระผมก็ได้แสดงตัวว่าเป็นทหาร และไม่ได้ทำการขัดขืนหรือต่อสู้แต่อย่างใด แต่ทาง จนท.ตร. ไม่ฟังและได้ทำการกดกระผมลงไปบนพื้นและทำการใส่กุญแจมือประหนึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ และหลังจากนั้นกระผมได้พยายามที่จะขอโทษและไกล่เกลี่ยกับทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ แล้ว แต่ทาง ร.ต.ท. สมคิดฯ ปฏิเสธที่จะไกล่เกลี่ยด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีข่าวปรากฎในสื่อช่องทางต่างๆ

ซึ่งกระผมได้ตกเป็นจำเลยของสังคมซึ่งกระผมทนได้ และสิ่งที่ยอมไม่ได้คือกองทัพต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะกระผม ดังนั้นกระผมจึงขอออกมาชี้แจงความจริงของทางฝั่งกระผมว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

ที่มา www.facebook.com/boykampanat.chantaradechakol/posts/10153006866731642

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ