
เผยเขาหัวโล้นพื้นที่ต้นน้ำป่าสักยังมีอีกหลายจุด
ผู้เชี่ยวชาญ กอ.รมน.ชี้เขาหัวโล้นถูกบุกรุกปลูกข้าวโพดในพื้นที่ป่าต้นน้ำป่าสักยังมีอีกหลายจุด เร่งชี้แจงทำความเข้าใจชาวบ้านเพื่อฟื้นฟู
ผู้เชี่ยวชาญ กอ.รมน.ชี้เขาหัวโล้นถูกบุกรุกปลูกข้าวโพดในพื้นที่ป่าต้นน้ำป่าสักยังมีอีกหลายจุด เร่งชี้แจงทำความเข้าใจชาวบ้านเพื่อฟื้นฟู
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.(ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) กล่าวว่า ภาพเขาหัวโล้นที่ถูกแชร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และระบุว่าเป็น พื้นที่ต้นแม่น้ำป่าสักที่บ้านสักง่า บ้านหินโง่น ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์นั้น เป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าวโพด หลังจากนั้นก็จะมีการปรับไถพื้นที่ก็จะปรากฎภาพอย่างที่เห็น แต่พอถึงช่วงฤดูฝนก็จะเขียว โดยลักษณะเขาหัวโล้นแบบนี้จะเยอะเต็มพื้นที่ไปหมด
สำหรับพื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นพื้นที่ต้นแม่น้ำป่าสัก โดยจะมีน้ำสักและน้ำจากห้วยเลยขวางซึ่งรับน้ำมาจากเทือกเขา จ.เลย จะไหลมาบรรจบกันที่บริเวณบ้านสักง่า แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าถูกบุกรุกกันจนเตียนทำให้น้ำเหือดแห้งมาก หากปล่อยให้เป็นสภาพนี้อย่างที่เห็นในภาพต่อไป น้ำป่าสักก็จะแห้งลงไปทุกๆปีกระทั่งเหลือทิ้งไว้แค่เพียงตำนานเท่านั้น
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เรื่องนี้เคยนำเสนอว่าทำไมน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จึงเหลือแค่ 4% โดยเกิดวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะสาเหตุจากป่าต้นน้ำมีสภาพเป็นแบบนี้ แต่จุดบริเวณนี้แหละซึ่งเป็นที่มาของการเปิดยุทธการทวงผืนป่าลุ่มน้ำป่าสักคืน โดยอยากให้คนไทยมีจิตสำนึกให้มากกว่านี้ ซึ่งเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็มีความพยายามเข้าไปฟื้นฟูปลูกป่ากันในบริเวณนี้
"สาเหตุที่ทำให้เกิดเขาหัวโล้นบริเวณนี้ทั้งหมดก็คือ ชาวบ้านใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดและมีการใช้สารเคมีกันมาก เริ่มตั้งแต่การเตรียมดินซึ่งจะมีการใช้ยากำจัดวัชพืชจนถึงใช้ยากำจัดแมลงรวมถึงการใช้ปุ๋ยซึ่งทุกอย่างเป็นสารเคมีหมด จึงต้องเร่งช่วยกันฟื้นฟูกันอยู่แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ทำกินชาวบ้าน และล่าสุดทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งการมาแล้วให้ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด จากนโยบายเดิมให้ลดพื้นที่ปลูกยางพารา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการบุกรุกป่าและใช้ที่ดินโดยผิดกฎหมาย"พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว
อย่างไรก็ตามเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ชาวบ้านทำกินกันมานานและคำสั่ง คสช.ก็กำชับหากเป็นชาวบ้านผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกินก็อย่าให้เกิดผลกระทบ จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการในพื้นที่บริเวณนี้ แต่ส่วนไหนที่นายทุนถือครองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังก็จะเข้าดำเนินการตรวจยึดหมด และก่อนหน้านี้ได้สำรวจพื้นที่บริเวณนี้ก็พบว่าเป็นชาวบ้านบุกรุกทำกินกันมานาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ปละปล่อยละเลย
"ตอนนี้จึงพยายามพูดคุยชี้แจงขอความร่วมจากผู้นำชุมชนและชาวบ้าน พื้นที่ที่เป็นเขาหัวโล้นก็มีการบุกรุกไปจนถึงร่องน้ำ ซึ่งปกติบริเวณร่องน้ำต้องเว้นไว้สักข้างละ 20 เมตร เพื่อให้ต้นไม้ได้ดูดซับน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนแผ่นดินบ้าง แต่ที่ผ่านมามีบุกรุกและหวังจะเอาผลผลิตกันแบบเต็มที่ โดยตัดต้นไม้จนเหี้ยนไปถึงร่องน้ำและจุดนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุทกภัยดินสไลด์โคลนถล่มขึ้น”พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว
ด้านนายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจักการทรัพยากรที่ 4 สาขาพิษณุโลก กรมป่าไม้ กล่าวว่า ภาพเขาหัวโล้นเป็นป่าต้นน้ำป่าสักอยู่ที่บ้านสักง่า บ้านหินโง่น ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังทำการตรวจสอบพื้นที่ร้องเรียนดังกล่าวปรากฏว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวแม้จะอยู่ในเขตอำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ก็ตาม แต่ทางกรมป่าไม้ก็ไม่มีการสำรวจถือครอง รวมทั้งไม่มีแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 บริเวณพื้นที่ร้องเรียน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
“พื้นที่บริเวณนี้เป็นปัญหาเรื่องการแบ่งเขตการปกครองของจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย จึงทำให้พื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวงครอบลงมาถึงตำบลศิลา อ.หล่มเก่า”นายมานพกล่าว
ขณะที่เฟซบุ๊ก "เทพ เพียมะลัง" ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ภาพดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านบางส่วนเริ่มเปลี่ยนแนวคิดการปลูกข้าวโพดมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ให้มีประโยชน์ 4 อย่าง ป่าเพื่อกิน ป่าเพื่ออยู่ ป่าเพื่อใช้และป่าเพื่อความร่มเย็นตามแนวพระราชดำริ และสร้างฝายชะลอน้ำ ก่อตั้งกลุ่มยุวชน
"อนาคตพื้นที่แห่งนี้น่าจะเปลี่ยนจากการปลูกข้าวโพด มาเป็นแบบโคก หนอง นา(นาขั้นบันได) หากเปลี่ยนได้แบบนี้รอดแน่นอน"เฟซบุ๊ก เทพ เพียมะลังระบุ







