posttoday

นักล่าดาวหาง ไล่ตามเหยื่อของมัน

08 พฤศจิกายน 2558

หนึ่งปีมาแล้ว หลังการเดินทาง 6,400 ล้านกิโลเมตรยานสำรวจอวกาศโรเซตตาได้เข้าสู่วงโคจรรอบดาวหาง 67P

หนึ่งปีมาแล้ว หลังการเดินทาง 6,400 ล้านกิโลเมตรยานสำรวจอวกาศโรเซตตาได้เข้าสู่วงโคจรรอบดาวหาง 67P และส่งยานลงจอดไปยังพื้นผิวดาวหาง แต่ยานยึดพื้นผิวดาวหางไม่ได้ ดังนั้น ภาระในการพิสูจน์ว่าดาวหางนำองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดชีวิตมาสู่โลกหรือไม่นั้น จึงตกเป็นของยานโรเซตตาแทน

ยานโรเซตตา (Rosetta) กับยานฟีเล (Philae) ลงจอดใช้เวลา 10 ปี กว่าจะไปถึงดาวหาง 67P/ชูรียูมอฟ-เจราซีเมนโค ยานเดินทาง 6,400 ล้านกิโลเมตร วนรอบโลก 3 รอบ ดาวอังคาร 1 รอบ เพื่อตั้งทิศและเพิ่มความเร็วจนไปทันดาวหาง ซึ่งพุ่งลิ่วในระบบสุริยะด้วยความเร็วกว่า 5 หมื่นกิโลเมตร/ชั่วโมง

แต่บัดนี้ยานต้องแยกคู่เพราะยานฟีเลมีภารกิจพิเศษ นั่นคือการเยือนด้านในดาวหางซึ่งเป็นของแข็ง ภารกิจนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยานลงจอดหนัก 100 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 9 ชิ้น จะต้องเปิดทำงานทันทีที่ขาทั้งสามข้างของยานฟีเลแตะพื้นนิวเคลียสของดาวหาง แต่ก่อนอื่นมันต้องบินเป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร จากยานโรเซตตา ซึ่งโคจรรอบดาวหาง และลดระดับลงอย่างช้าๆ เท่ากับจังหวะก้าวเท้าของมนุษย์

ยานฟีเลกระดอน

ห่างออกไปกว่า 500 ล้านกิโลเมตร ศูนย์ควบคุมขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ที่เมืองดาร์มชตัดท์ ประเทศเยอรมนี รอคอยอย่างทุรนทุราย เนื่องจากภารกิจเกิดขึ้นในที่ไกลแสนไกลและกินเวลานานหลายปี การกำหนดโปรแกรมล่วงหน้าจึงทำไม่ได้ทั้งหมด สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้อย่างดีที่สุด คือควบคุมการทำงานในสถานการณ์ที่สัญญาณวิทยุอาจต้องเสียเวลาติดต่อนานถึง 50 นาที พวกเขาจึงไม่มีทางรู้เลยว่ายานฟีเลจะลดระดับลงจอดได้อย่างปลอดภัยหรือสูญหายไปในอวกาศ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2014 เวลา 17.03 น. ความเครียดก็หายไป ยานฟีเลแจ้งผ่านยานโรเซตตาว่ามันลงจอดแล้ว ทุกคนในศูนย์ควบคุมภารกิจเฮลั่น นักวิทยาศาสตร์ตั้งตารอภาพระยะใกล้ของดาวหางที่ถ่ายจากพื้นผิวเป็นการรอคอยอันยืดยาว หลายชั่วโมงผ่านไป พวกเขาก็ได้รับข้อมูลแปลกๆ ที่บ่งบอกว่า ยานฟีเลยังเคลื่อนที่อยู่

นักล่าดาวหาง ไล่ตามเหยื่อของมัน

 

ยานฟีเลได้รับคำสั่งให้ยิงฉมวกใส่ดาวหาง ทันทีที่มันสัมผัสพื้น ทั้งฉมวกและท่อจรวดขนาดเล็กด้านบนของตัวยานจะทำให้ยานตั้งมั่นบนพื้นผิววัตถุเช่นดาวหาง 67P เพราะความโน้มถ่วงที่น้อยกว่าโลกหลายพันเท่าจะไม่สามารถดึงดูดยานไว้ได้ แต่ทั้งท่อจรวดและฉมวกไม่ทำงาน ยานฟีเลจึงกระดอนไปบนดาวหางอย่างไร้การควบคุม

หลายชั่วโมงให้หลัง ยานฟีเลจึงหยุดนิ่ง ภาพประหลาดของบางสิ่งที่ดูเหมือนผนังหินทึบถูกส่งกลับมายังโลก มนุษย์ได้ลงจอดบนดาวหางเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง

ยานฟีเลทำงานได้เพียง7 ชั่วโมง

การลงจอดของยานฟีเลเป็นจุดสูงสุดของภารกิจยานโรเซตตาขององค์การอีซา (ESA) ซึ่งคึกคักขึ้นเมื่อยานสำรวจอวกาศโรเซตตาเริ่มโคจรรอบดาวหาง 67P แต่โชคไม่ดีที่ยานฟีเลมีส่วนช่วยภารกิจเพียงเล็กน้อย การลงจอดอย่างไร้การควบคุมทำให้ยานฟีเลพบจุดจบในร่องมืดๆ เป็นเหตุให้เซลล์สุริยะรับแสงน้อยเกินกว่าจะให้พลังงานแก่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น เมื่อแบตเตอรี่ของยานฟีเลหมดลง หลังการเก็บข้อมูล 7 ชั่วโมงยานจึงปิดตัวเอง

แม้บทบาทของยานฟีเลในภารกิจจะจบลงอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ของยานโรเซตตาก็ยังก่อให้เกิดการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง สเปกโทรมิเตอร์ กล้องอินฟราเรด และตัวเก็บฝุ่น เผยว่า นิวเคลียสดาวหางมีชั้นน้ำแข็งที่แกร่งเกินคาดจนยานฟีเลแทบเจาะไม่ได้ แม้จะมีการปลุกยานขึ้นมาใหม่อย่างจริงจัง ซึ่งมีความเป็นไปได้มาก ตามข่าวจากองค์การอีซา

นักล่าดาวหาง ไล่ตามเหยื่อของมัน

 

หางยาวขึ้น

เมื่อเดือน มิ.ย. ยานฟีเลส่งสัญญาณชีพของมันด้วยการส่งข้อความนาน 85 วินาที กลับมายังโลกผ่านยานโรเซตตา ตามคำของนักวิทยาศาสตร์องค์การอีซายานลงจอดยังอยู่ในสภาพดีมาก พวกเขาหวังว่ายานฟีเลจะยังทำงานได้ดีในช่วงหลายเดือนที่กำลังจะมาถึง เพราะดาวหาง 67P กำลังเข้าสู่จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด แต่สิ่งสำคัญยิ่งยวดตอนนี้คือการส่งชุดข้อมูล 8,000 ชุด ที่อยู่ในฐานข้อมูลบนยานฟีเลกลับมายังโลก

ไม่ว่ายานฟีเลจะคืนชีพหรือไม่ ยานโรเซตตาจะยังศึกษาดาวหางขณะวนรอบดวงอาทิตย์อยู่ดี นักวิทยาศาสตร์จะสามารถสังเกตดาวหางได้ตลอดเวลาเมื่อหางของมันยืดยาวขึ้นก่อนจะหายไปอย่างช้าๆ ในที่สุด

นักล่าดาวหาง ไล่ตามเหยื่อของมัน

 

ในปี 2016 ยานโรเซตตาจะถูกบังคับให้พุ่งชนดาวหาง 67P เป็นการปิดภารกิจอย่างสมบูรณ์

ดาวหางอาจเป็นกุญแจสร้างชีวิตในโลก

ฝุ่นบนดาวหาง 67P มีสารประกอบคาร์บอนหลายชนิด บางชนิดอาจเป็นองค์ประกอบสำหรับชีวิต

ยานสำรวจโรเซตตาได้ปลุกความสนใจในทฤษฎีที่ว่าดาวหางนำองค์ประกอบของชีวิตมาสู่โลกในรูปของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อชีวิต อุปกรณ์เวอร์ทิสบนตัวยานวัดความยาวคลื่นของแสงที่สะท้อนจากนิวเคลียสดาวหาง และเผยว่าพื้นผิวนั้นประกอบด้วยแร่ที่อุดมไปด้วยเหล็กและสารประกอบเคมีที่มีอะตอมคาร์บอน

อุปกรณ์บนยานฟีเลชิ้นหนึ่งรับรู้สารประกอบอินทรีย์ได้ก่อนยานจะดับเครื่อง นักวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจระบุชนิดของสารประกอบหรือความซับซ้อนของมันได้ แต่หากยานฟีเลพบกรดอะมิโน ทฤษฎีกำเนิดจากดาวหางก็จะได้รับการสนับสนุน

ข่าวล่าสุด

พม. จับมือทรู-มูลนิธิออทิสติกไทย ฉลอง 15 ปี หนุนนวัตกรรมเพื่อความเท่าเทียม