
เพิ่มโทษโกงภาษี
ระบบบัญชีธุรกิจของประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
ระบบบัญชีธุรกิจของประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ แต่ก็เป็นของบริษัทใหญ่ และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการระดมเงินทุนมาขยายธุรกิจ การทำบัญชีให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
แต่ยังมีนิติบุคคลจำนวนมาก ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ยังทำระบบบัญชีที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ปิดบัง ซ่อนเร้น เพื่อที่จะทำให้บริษัทขาดทุน หรือกำไรให้น้อยที่สุด จะได้ไม่ต้องรับภาระเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเข้ารัฐ ซึ่งนับเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่บั่นทอนผลกำไรของบริษัท
รายได้จากภาษีที่เข้ารัฐนั้น รัฐบาลนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งจากนี้ไปรายได้ส่วนนี้จะเป็นส่วนสำคัญมาก เนื่องจากรัฐบาลกำลังปฏิรูปโครงสร้างภาษีใหม่ มีทั้งลดภาษีและเพิ่มภาษีในด้านต่างๆ ดังนั้นการขยายฐานภาษีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
รัฐบาลไม่อาจจะกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจได้ตรงจุดหากฐานข้อมูลด้านภาษีของประเทศยังบิดเบี้ยวและไม่เป็นจริง และมีช่องทางให้มีการฉ้อโกงรัฐด้วยการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อขอคืนภาษีอีกด้วย
ดังนั้น รัฐบาลจึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประมวลรัษฎากร โดยเพิ่มโทษผู้ที่โกงภาษีให้หนักขึ้น และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร โดยให้เพิ่มโทษกรณีขอคืนภาษีอากรที่เป็นการกระทำโดยความเท็จต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน-7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-2 แสนบาท จากเดิมที่ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ เดิมการขอคืนภาษีอากรเป็นความผิดเฉพาะการแจ้งรายรับรายจ่ายที่เป็นเท็จเท่านั้น แต่ครั้งนี้จะไปแก้ไขมาตรา 37 ประมวลรัษฎากรให้ครอบคลุมความผิดให้ชัดเจน เช่น แจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร หรือเพื่อขอคืนภาษีอากร ตามลักษณะนี้หรือโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใด ทำนองเดียวกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้
อย่างไรก็ดี เป็นการกำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่กระทำการใดๆ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน เพื่อขอคืนภาษีเป็นความผิด
หากการใช้แรงจูงใจ การขอความร่วมมือ แม้กระทั่งการนิรโทษกรรมภาษีเป็นระยะ ไม่ได้ทำให้ผู้ที่หลบภาษีสำนึกได้ถึงหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีเพื่อไปพัฒนาชาติ ทั้งที่ได้ใช้ทรัพยากรของชาติอยู่ การเพิ่มโทษเพียงเท่านี้อาจจะน้อยไป โทษควรจะสูงเพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่ฉ้อโกงและหนีภาษีเข็ดหลาบ นอกจากนี้การเพิ่มโทษแค่ผู้เสียภาษีอาจจะยังไม่พอ รัฐบาลควรลงโทษหนักกับผู้ตรวจสอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งเป็นต้นตอรับบริการตกแต่งบัญชีให้เข็ดหลาบด้วยเช่นกัน







