
Local Alike เชื่อมชุมชนถึงคนท่องเที่ยว
จากจุดเริ่มต้นของการทำงานในชั้นเรียน ก่อร่างสร้างรูปจนเกิดเป็นการรวมกลุ่มของคนรุ่นใหม่ขึ้นในนาม “โลคอล อไลค์” (Local Alike)
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ... Local Alike
จากจุดเริ่มต้นของการทำงานในชั้นเรียน ก่อร่างสร้างรูปจนเกิดเป็นการรวมกลุ่มของคนรุ่นใหม่ขึ้นในนาม “โลคอล อไลค์” (Local Alike) กลุ่มที่มีเป้าหมายในการพัฒนาชุมชน โดยการสร้างการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการอันทันสมัยโดยนำเรื่องของโซเชียลมีเดียเข้ามาปรับใช้ ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวไปยังทั่วโลก พร้อมๆ กับทำกิจกรรมในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและมีความพร้อมมากพอที่จะรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวในชุมชน ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ และ นุ่น-สุรัชนา ภควลีธร สองผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Local Alike ได้อธิบายถึงความเป็นมาของกลุ่มนี้ให้ฟังว่า
“กลุ่มของเรามันเริ่มมาจากกิจการเพื่อสังคมที่ทำร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงสมัยที่ยังเรียนอยู่ คือเวลานั้นเรามีแนวคิดที่ว่าจะพัฒนาธุรกิจชุมชน คือ โฮมสเตย์ให้กับดอยตุง เราก็คิดวิธีการและเข้าไปสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวในชุมชนให้ดีขึ้น เพื่อให้เกิดเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน พอทำอยู่แบบนั้นแล้วเห็นว่ามันมีทางที่สามารถพัฒนาไปถึงชุมชนอื่นได้ เราเลยอยากออกมาทำเองเพื่อพัฒนาชุมชนอื่น เลยเริ่มก่อตั้งกลุ่ม Local Alike ขึ้น คือเราไม่อยากให้งานพัฒนาชุมชนของเราเกิดขึ้นอยู่เพียงแค่ชุมชนเดียว
“แต่เราไม่ใช่แค่จะพัฒนาชุมชนเพียงอย่างเดียว เราต้องทำให้กลุ่มของเราอยู่ได้ด้วยการทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์กับชุมชนแบบระยะยาว โดยจะทำงานร่วมกันทั้งในเรื่องการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยว ว่าเราจะนำเสนออะไร เที่ยวแบบไหนในแต่ละชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้และประทับใจ โดยเราจะใช้เครื่องมือที่เรามีเข้าไปช่วยในการพัฒนาชุมชน ซึ่งจุดประสงค์หลักของกลุ่มจะเป็นการแก้ปัญหา 3 อย่างด้วยกัน”
ปัญหา 3 อย่างที่ไผหมายถึง คือ หนึ่งเรื่องของการกระจายรายได้เข้าชุมชน สอง คือการทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงชุมชนที่มีการพัฒนาและมีศักยภาพที่เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง และสุดท้ายคือการสร้างความเชื่อใจและความรู้เกี่ยวกับชุมชนให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ซึ่งทั้งหมดอยู่บนการแก้ปัญหาเพื่อเปลี่ยนคำว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของบ้านเราให้ดีขึ้น ซึ่งสาวสวยแห่ง Local Alike อย่างนุ่น ได้อธิบายถึงการทำงานในกลุ่มให้ฟังต่อว่า
“ก่อนอื่นเลยเราจะใช้เวลาทำงานกับชุมชนนานพอสมควร เพราะว่าเราอยากให้เขาบริหารจัดการเองได้ เพราะฉะนั้นจะเริ่มจากการไปฝังตัวในชุมชน เพื่อสำรวจดูว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากได้ อะไรคือสิ่งที่เขามี แล้วเราค่อยๆ มาดูว่ามีอะไรที่สามารถปรับใช้ได้ในแต่ละชุมชน ถ้าสิ่งที่เขาคิดน่าสนใจอยู่แล้ว เราก็จะไม่เปลี่ยนอะไร แต่จะหาวิธีนำเสนอความเป็นชุมชนของเขาให้ได้ดีขึ้น แล้วเราก็จะเริ่มทำเทสต์ทริปพานักท่องเที่ยวเข้าไป หลังจากนั้นถ้าทุกอย่างพร้อมเราจะขึ้นเว็บไซต์ ซึ่งถ้ามีนักท่องเที่ยวจองมาอยากไปพักในโฮมสเตย์ของชุมชนไหน เขาก็สามารถติดต่อตรงไปที่ชาวบ้านได้เลย
“หลังจากที่เราเริ่มกลุ่มกันมาได้ 3 ปี ก็สามารถเข้าไปพัฒนาในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพของชุมชนให้ดีขึ้นในหลายชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเพิ่มขึ้น แล้วทำไปทำมาเราก็แข็งแรงในเรื่องของการสร้างรูปแบบของเครื่องมือที่สามารถเข้าไปถึงในชุมชนได้มากมาย ทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ และแอพพลิเคชั่น ซึ่งสิ่งที่เราได้ในการหล่อเลี้ยงกลุ่ม คือเงินจากการจองจากทัวร์เท่านั้น ซึ่งเราจะไม่เอาเงินจากชาวบ้านเลยนะ โดยเงินที่เราได้มาเราก็จะแบ่งไว้ในการไปทำงานพัฒนาชุมชนอื่นต่อไปเรื่อยๆ เหมือนหารายได้เพื่อต่อยอดโครงการไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วชุมชนอื่นๆ ก็จะได้ประโยชน์จากเงินตรงนั้น
“แต่เราก็ไม่ใช่ว่าจะเน้นแต่ให้ชาวบ้านได้ประโยชน์หรือได้เงินเยอะขึ้นจากเดิมเพียงอย่างเดียว เราอยากให้อยู่บนพื้นฐานของความมีมาตรฐานในการท่องเที่ยว เราไม่อยากให้รายได้ที่เข้ามามากไปทำลายชุมชน ซึ่งตรงนี้เราเองจะเข้าไปให้คำแนะนำเสมอว่า เมื่อโฮมสเตย์ของชุมชนได้เงินมาแล้ว ก็ต้องช่วยกันเอาส่วนนั้นเข้าไปพัฒนาในชุมชนของตัวเอง เพื่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่แค่เพียงข้ามปีแล้วชุมชนพังสลาย ซึ่งหลายชุมชนเขาประสบความสำเร็จในเรื่องนั้น หลายชุมชนมีกองทุนส่วนกลางเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาในชุมชน” นุ่น ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มอธิบายให้
ฟังเช่นนั้น
หลังจากผ่านมา 3 ปี นอกจากการท่องเที่ยวในชุมชนที่เติบโตและยั่งยืน Local Alike เองก็เติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทุกวันนี้จากที่เคยเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ก็กลายเป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่ขึ้น มีวิธีคิดและการทำงานที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานของคนหนุ่มสาวใน Local Alike จะสามารถเติบโตไปได้อีกไกล
ถึงที่สุดแล้วแน่นอนว่าชุมชนอื่นๆ ที่เพิ่งเริ่มหรืออยากพัฒนาการท่องเที่ยวของตัวเอง จะได้รับการช่วยเหลือจากพวกเขา ให้ได้มีความพร้อมในการเป็นชุมชนที่ยั่งยืนในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มได้ที่ www.localalike.com







