
ชีพจรลงเท้า
สังเกตดูช่วงนี้ พญามังกรจีนออกจะชีพจรลงเท้าถี่เป็นพิเศษ ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหม จางหวันกวน ไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนร่วมกับอีก 5 ชาติแปซิฟิก ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเอง ก็เตรียมเดินทางเยือนอีก 2 ชาติเพื่อนบ้านอย่างเซอร์ไพรส์และน่าจับตา
สังเกตดูช่วงนี้ พญามังกรจีนออกจะชีพจรลงเท้าถี่เป็นพิเศษ ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหม จางหวันกวน ไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนร่วมกับอีก 5 ชาติแปซิฟิก ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเอง ก็เตรียมเดินทางเยือนอีก 2 ชาติเพื่อนบ้านอย่างเซอร์ไพรส์และน่าจับตา
ประเทศแรกคือ เวียดนาม ซึ่งผู้นำจีนได้พบหารือกับประธานาธิบดี เจืองเติ๊นซาง ที่กรุงฮานอยวันนี้ ในการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ 2 วัน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์แบบทวิภาคี
ที่บอกว่าน่าแปลกใจและน่าจับตาก็คือ ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศนี้เขาบาดหมางกันมาสักพักใหญ่ จากเรื่องแย่งพื้นที่กันในทะเลจีนใต้ จนมาปะทุในปี 2014 ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่จีนย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมันมาใกล้บริเวณหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเวียดนามและจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์ด้วยกันทั้งคู่ ทำเอาเกิดการประท้วงใหญ่ในเวียดนาม มีการบุกเผาทำลายโรงงานบริษัทห้างร้านหลายร้อยแห่ง ทั้งที่เป็นของชาวจีนและเป็นลูกหลงกับธุรกิจของประเทศอื่น
เวียดนามเองยังหันไปกระชับความสัมพันธ์กับศัตรูเก่าอย่างสหรัฐ ทั้งเปิดบ้านต้อนรับประธานาธิบดี บารัก โอบามา เมื่อปีที่แล้ว และบรรลุความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ไปเมื่อไม่นานนี้
ส่วนการเยือนอย่างเป็นทางการแห่งที่สองคือ ไต้หวัน ผู้นำจีนและประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว จะไปพบกันที่ประเทศคนกลางอย่างสิงคโปร์ ในวันที่ 7 พ.ย. ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำจีน-ไต้หวัน จะตั้งใจมาพบกันแบบทวิภาคีจริงๆ นับตั้งแต่ประธานาธิบดี เจียงไคเช็ก ลี้ภัยไปเริ่มต้นการเมืองใหม่ในไต้หวัน เมื่อปี 1949
ถึงแม้ตามแถลงการณ์จะระบุว่า เป็นการเยือนเพื่อเชื่อมและยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เน้นการหารือทางเศรษฐกิจและสังคม แต่หากดูความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับจีนตลอดช่วงหลายเดือนมานี้จะพบว่า จีนกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง
ด้านเศรษฐกิจ กำลังถูกสหรัฐตีโอบจากข้อตกลงทีพีพี ที่มีหลายประเทศในเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกำลังจะมีอินโดนีเซีย แต่กลับไม่มีจีนรวมอยู่ด้วย
ส่วนด้านการเมือง ก็กำลังเดินเกมสู้กันทั้งในและนอกเวทีการทูต กับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่สหรัฐรุกหนักและแข็งกร้าวกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ยังดีที่ยังล็อบบี้อาเซียนไม่ให้ออกแถลงการณ์ร่วมในเวทีรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนได้ เพราะแม้จะชิงพื้นที่กัน แต่ในเชิงเศรษฐกิจแล้วก็ยังเป็นมิตรและนักลงทุนที่ดีกับหลายประเทศ
ไม่เพียงแต่ต้องจับตาจีนที่ลุยผูกมิตรเป็นพิเศษในช่วงนี้ แต่เกมการทูตของประเทศคู่เจรจาก็น่าสนใจไม่แพ้กันว่าจะเล่นอย่างไรให้รักษาสมดุลและได้ประโยชน์มากที่สุด กับเขตเศรษฐกิจเบอร์ 2 ของโลกอย่างจีนค่ะ







