
ต้องคิดใหม่
การใช้อำนาจตามมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกรมควบคุมโรค เพื่อเอาผิดดารานักแสดงที่โฆษณาแฝงเบียร์ในสื่อสังคมออนไลน์ นับเป็นเรื่องน่าชื่นชม เพราะได้สร้างความตื่นรู้ให้กับสาธารณชนมากขึ้นว่ากฎหมายที่มีนั้นได้จำกัดการโฆษณาเหล้า เบียร์ ในรูปแบบใดบ้าง และยังทำให้สังคมรู้เท่าทันการโฆษณารูปแบบใหม่ ซึ่งหลายคนอาจซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว
การใช้อำนาจตามมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกรมควบคุมโรค เพื่อเอาผิดดารานักแสดงที่โฆษณาแฝงเบียร์ในสื่อสังคมออนไลน์ นับเป็นเรื่องน่าชื่นชม เพราะได้สร้างความตื่นรู้ให้กับสาธารณชนมากขึ้นว่ากฎหมายที่มีนั้นได้จำกัดการโฆษณาเหล้า เบียร์ ในรูปแบบใดบ้าง และยังทำให้สังคมรู้เท่าทันการโฆษณารูปแบบใหม่ ซึ่งหลายคนอาจซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว
ทั้งนี้ เนื่องจากผลการสำรวจล่าสุดพบว่าธุรกิจการโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ มีการจ้างผู้มีชื่อเสียงเป็นพรีเซนเตอร์ในราคาสูงถึงหลายแสนบาทต่อการโพสต์รูปเพียง 1 รูป และยังถือเป็นรูปแบบใหม่ในการเลี่ยงการโฆษณาจากสื่อกระแสหลัก เพราะโฆษณาเหล้า เบียร์ นั้นไม่ปรากฏในสื่อรูปแบบอื่นมานานกว่า 10 ปีแล้ว
ด้วยเหตุนี้ การ “เลี่ยงบาลี” ผ่านโฆษณารูปแบบใหม่จึงทำได้ยากขึ้น เพราะสังคมรับทราบแล้วว่ากฎหมายมีข้อห้ามอะไรบ้าง และการกระทำดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐยังเข้มงวดจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย มากกว่าจะเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เมื่อถึงเวลาต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่มีชื่อเสียงทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งใจจะขยายผลเข้าไปกวดขัน “ลานเบียร์” เริ่มมีเสียงวิจารณ์จากสังคมว่าอาจเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากไปหรือไม่ เพราะการจัดลานเบียร์นั้น ปกติแล้วผู้จัดต้องขออนุญาตเป็นพื้นที่เฉพาะในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่น่าจะเอาผิดได้อีก
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกมาระบุแล้วว่า สามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ขอให้ระมัดระวังการนำศิลปิน นักร้อง มาโฆษณา เนื่องจากอาจขัดกับกฎหมาย
มุมมองที่ต่างกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนนั้น อาจสะท้อนว่า พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่บ้าง เพราะการโฆษณาตามมาตรา 32 นั้น อาจสร้างปัญหาในการตีความ ว่าการแสดงออกแบบไหนเข้าข่ายการโฆษณา หรือชักชวนให้มีการดื่มแอลกอฮอล์
นี่จึงเป็นหน้าที่ของกรมควบคุมโรค ที่ต้องสร้างความกระจ่างให้ประชาชนเข้าใจในขอบเขตของกฎหมายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวด แต่คนดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังไม่ได้ลดลงในระดับที่น่าพอใจ โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ยังมีอัตราที่สูง และ “นักดื่มหน้าใหม่” ก็ยังมีสถิติที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนจากการ “เมาแล้วขับ” เป็นลำดับต้นๆ
ฉะนั้นแล้ว อาจถึงเวลาต้องคิดเพิ่มขึ้นว่า นอกจากจะบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดในทุกองคาพยพแล้ว จะทำอย่างไรเพื่อสร้างความรู้ถึงโทษของการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อทำให้นักดื่ม ดื่มในระดับที่พอดี ควบคุมตัวเองได้ และไม่สร้างภาระให้กับสังคม







