
พลังงานยันขุดอ่าวไทยไม่กระทบสมุย
พลังงานสุราษฎร์ธานีการันตีขุดปิโตรเลียมอ่าวไทยมาแล้วกว่า5พันหลุมไม่ส่งผลกระทบเกาะสมุย เร่งทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่
พลังงานสุราษฎร์ธานีการันตีขุดปิโตรเลียมอ่าวไทยมาแล้วกว่า5พันหลุมไม่ส่งผลกระทบเกาะสมุย เร่งทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่
นายหร่อหยา จันทรัตนา พลังงานจังหวัดสุราษฏร์ธานี กล่าวถึงกรณีเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย ประกอบด้วย กลุ่มประชาชน อ.เกาะสมุย,เกาะพะงัน,เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี และประชาชนชายฝั่ง อ.ท่าศาลา,สิชล,ขนอม จ.นครศรีธรรมราช คัดค้านโครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมแปลงสำรวจ ของบริษัท นิวคอสตอล(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 42 กม.ว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานกระทรวงพลังงานในพื้นที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนถึงแนวทางการทำงานและผลกระทบตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่เกี่ยวกับโครงการของรัฐ เพราะส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับการขุดสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทย
นายหร่อหยา กล่าวว่า อ่าวไทยมีการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมมานานแล้วมีจำนวนกว่า 5,000 หลุม ส่วนใหญ่ได้เป็นก๊าซธรรมชาติที่ส่งขึ้นมาผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่เคยมีปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะหากผิดพลาดขึ้นกับหลุมใด จะส่งผลมาถึงเกาะสมุยและเกาะต่างๆ เช่นกัน
นายหร่อหยา กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่กลัวตะกอนจากการขุด ซึ่งจากข้อมูลการกระจายของตะกอนมีวงรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตร ฉะนั้น ตะกอนจึงไปไม่ถึงเกาะและชายฝั่ง ประกอบกับมีข้อกำหนดห้ามขุดใกล้ชายฝั่งหรือเกาะในระยะ 40 กิโลเมตรจึงไม่น่ากลัว
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา กล่าวว่า กรรมาธิการฯให้ความสนใจต่อปัญหาการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการต่อต้านขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย รวมถึงโครงการกรีนไอร์แลนด์(เกาะสีเขียว) ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ให้สัมปทานการขุดเจาะน้ำมันไปแล้วถ้าไม่สามารถขุดเจาะได้ จะทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง และไม่สามารถนำพลังงานขึ้นมาใช้ได้
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำมันรั่วไหลที่อ่าวเม็กซิโก นานถึง 80 วัน ได้ไหลเข้าไปในหลายประเทศนั้นทำให้มีคนนำเรื่องนี้มาปลุกระดมชาวบ้าน เช่นเดียวกับการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีคนตายไม่กี่คนในรัสเซียเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรือในอเมริกา สิ่งเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกระดม ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเด็ดขาด หรืออาจเกิดขึ้นเป็นเพียง 1 ในล้าน
“เนื่องจากการขุดเจาะในอ่าวไทยระยะเพียง20 -30 เมตรเท่านั้น โดยทางจังหวัดต้องเข้าไปช่วยทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเพียง 5 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราว ” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยังมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยกระทรวงพลังงานให้สัมปทานแก่เอกชนซึ่งมีแปลงสำรวจที่อยู่ใกล้พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 7 แปลง ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฝผ.) ได้เลือกสำรวจพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขนาด 2000 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ จ.ชุมพร - นครศรีธรรมราช ปัจจุบันอยู่ระหว่างการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน โดยมีประชาชนบางส่วนร่วมกับเอ็นจีโอ.คัดค้านอยู่
นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเกาะพลังงานสะอาด หรือ Green Island 0tดำเนินการที่เกาะพะลวย อ.เกาะสมุย ให้เป็นต้นแบบการใช้พลังงานสะอาด และให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยมีประชาชนอาศัยอยู่ 128 ครัวเรือน หรือประมาณ 500 คน
นาย อานนท์ วาทยานนท์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เครือข่ายแนวร่วมกลุ่มรักษ์อ่าวไทย อ.เกาะสมุย กล่าวว่า นาย รามเนตร ใจกว้าง ประธานเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย พร้อมตัวแทนจาก อ.เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง จะยื่นหนังสือต่อนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ที่กรุงเทพฯ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อขอให้ระงับหรือทบทวนการให้อนุมัติสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมแปลงสำรวจในอ่าวไทย
ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนท้องถิ่นและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า รวมทั้งหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าพบเพื่อให้ข้อมูลกระทบกระทบจากกรณีดังกล่าวในวันเดียวกัน
นายอานนท์ กล่าวว่า การขอให้ระงับโครงการไว้ก่อน เนื่องจากยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน โดยทางราชการ เช่น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เห็นว่าไม่มีผลกระทบ ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่มองว่าจะมีผลต่อการท่องเที่ยวแน่นอน จึงควรที่จะมานั่งคุยกันก่อน หรือจะให้ตัวแทนของท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาอย่างไร
“ การเคลื่อนไหวของกลุ่มรักษ์อ่าวไทย จะมีกิจกรรมใหญ่เชิญชวนประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติออกมายืนจับมือรอบเกาะสมุย ยาว 52 กิโลเมตร ในวันที่ 31 กรกฎาคม คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30,000 คน เป็นการสร้างกระแสคัดค้านโครงการขุดเจาะน้ำมัน เพื่อให้ผู้ที่อยู่นอกเกาะสมุยรวมทั้งชาวต่างประเทศรับรู้ถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวและชีวิตความเป็นอยู่ เพราะเป็นเรื่องคนไทยทุกคนที่จะปกป้องแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศให้รอดพ้นจากหายนะที่จะเอาบ่อน้ำมันมาอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ” นายอานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องได้มาทบทวนในเรื่องของสัมปทานบ่อน้ำมันในแหล่งท่องเที่ยว ให้เข้ามาพูดคุยกับทางท้องถิ่น ซึ่งเชื่อว่าเราจะสามารถหาทางออกที่ดีได้ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องของพลังงานของประเทศด้วยกันได้







