
สแกนพื้นที่มาเฟีย
“บิ๊กป้อม” เดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น พุ่งเป้าครอบครองอาวุธสงคราม เล็งสอบเส้นทางการเงินเพิ่ม
“บิ๊กป้อม” เดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น พุ่งเป้าครอบครองอาวุธสงคราม เล็งสอบเส้นทางการเงินเพิ่ม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นจะเริ่มทำงานทันทีโดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงทุกพื้นที่ ซึ่งจะเน้นงานการข่าว พูดคุย ไม่ใช่การออกไปตรวจค้น จับกุม และยืนยันว่าไม่มีบัญชีดำ
พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 5 พ.ย. โดยมีปลัดกระทรวงรวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เช่น คสช. กอ.รมน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ เข้าร่วมครบครัน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการทั้งในส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งในส่วนของภูมิภาคมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต้องรอผลการจัดตั้งคณะกรรมการให้เป็นรูปธรรมก่อน ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดพื้นที่ใดที่ต้องดูแลอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การแก้ปัญหานี้เน้นกลุ่มที่กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะการมีและใช้อาวุธสงครามและขอความร่วมมือจากประชาชนให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อร่วมกันหยุดยั้งพฤติกรรมของผู้มีอิทธิพลและลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า ตำรวจต้องควบคุม 3 ปัจจัยสำคัญให้ได้ คือ คน อาวุธปืน และเงิน หากคุมได้ผู้ที่วางตัวเป็นมาเฟียก็จะไม่มีพิษสงอีกต่อไป
ผบช.ก. กล่าวว่า ได้ให้กองปราบฯ เข้มงวดจับกุมอาวุธปืนและอาวุธสงครามในหลายพื้นที่ การเข้าตรวจค้นแต่ละครั้งจะร่วมกับตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของเป้าหมายด้วย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กองปราบฯ กำลังจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพลโดยให้แต่ละกองกำกับการที่ควบคุมพื้นที่ทั่วประเทศหาข่าวเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล และให้จัดทำแผนที่แสดงความเข้มข้นของอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆ ตามเฉดสีประกอบด้วยสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อให้เป็นข้อมูลในการเข้ากวาดล้างจับกุมผู้มีอิทธิพล







