เยาวชนประณามบุหรี่ข้ามชาติแทรกแซงยุติธรรมไทย
เยาวชนวางหรีดประณามบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ อัดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไทย หวังหลุดคดีเลี่ยงภาษี 6.8หมื่นล้านบาท
เยาวชนวางหรีดประณามบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ อัดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไทย หวังหลุดคดีเลี่ยงภาษี 6.8หมื่นล้านบาท
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา10.00น.นางสาวจิราภรณ์ กมลรังสรรค์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นักเรียน นักศึกษาจากหลายสถาบัน กว่า30คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลในการต่อสู้ดำเนินคดีกับบริษัทฟิลลิป มอร์ริส(ไทยแลนด์)ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ กรณีแจ้งราคานำเข้าบุหรี่ต่ำกว่าราคาจริง ทั้งนี้กลุ่มเยาวชนได้ร่วมกันวางหรีดประณามบริษัทรายนี้ ที่พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและนโยบายสาธารณะของไทยด้วย
นางสาวจิราภรณ์ กล่าวว่า ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับ บริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร่ และยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม จากประเทศฟิลิปปินส์ ตามคดีพิเศษที่79/2549กรณีหลบเลี่ยงภาษีบุหรี่มากกว่า68,000ล้านบาท เมื่อปี2546-2550 จนที่สุดสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.)มีคำสั่งเด็ดขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้12ราย มีกระแสข่าวว่าบริษัทรายนี้ ทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และให้กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เดินทางเข้าหน่วยงานต่างๆเพื่อไม่ให้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งยังอ้างว่าเป็นการปฏิบัติที่ขัดกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก(WTO)โดยท่าทีล่าสุดของรัฐบาลภายหลังเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีคำสั่งฟ้องโดยสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เตรียมนัดผู้ต้องหาในคดีนี้มาพบในวันที่25พ.ย.นี้
นางสาวจิราภรณ์ กล่าวว่า ธุรกิจบุหรี่ข้ามชาติรายนี้พยายามแทรกแซงนโยบายรัฐ กดดันรัฐบาลด้วยอ้างกลไกการค้าโลก และยังทุ่มทุนจ้างกลุ่มล็อบบี้ยิสต์เข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทย ทำให้รัฐบาลไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล เครือข่ายมองว่าพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี มูลค่าสูงขนาดนี้ถือเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศ ดังนั้นเครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณา ดังนี้
1.ขอให้กำลังใจและสนับสนุนรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับบริษัทฟิลลิปมอริส กลุ่มทุนบุหรี่ข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและสังคมโดยรวม
2.ขอประณามบริษัทบุหรี่ข้ามชาติรายนี้ ซึ่งเข้ามาแทรกแซงนโยบายรัฐ ผ่านกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เพื่อให้ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สังคมไทยไม่อาจยอมรับได้
3.ขอให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงาน หลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัท หรือผู้แทนของบริษัทที่ตกเป็นผู้ต้องหารายนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงานในคดีนี้
และ4.ขอเรียกร้องให้คนไทยในฐานะผู้บริโภคร่วมกันแสดงออกปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของไทย ด้วยการบอยคอตสินค้าทุกประเภท ไม่ใช้ไม่สนับสนุนสินค้าในเครือของบริษัทรายนี้
นายธีรภัทร คะหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้เครือข่ายฯจะติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง และยินดีให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งทราบมาว่าบริษัทนี้ ได้ว่าจ้างบริษัททนายสากลรายใหญ่ที่เข้ามาตั้งสำนักงานในไทย เพื่อมาล๊อบบี้หน่วยงานต่างๆและกดดันรัฐบาล หวังให้ตัวเองหลุดพ้นคดีทั้งทางเพ่งและอาญา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและหากเขาทำได้สำเร็จก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรง ที่น่าห่วงอีกประการหนึ่งคือการเข้ามาแทรกแซงนโยบายด้านสุขภาพของไทย ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครยอมรับได้ อย่างไรก็ตามจากความจริงจังในการปราบปรามด้านการทุรจิตคอรัปชั่นของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนฝากความหวังและมั่นใจในความยุติธรรมของรัฐบาลนี้ และยังคงเชื่อมั่นว่าเเม้จะถูกกดดันจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติมากน้อยอย่างไร ท้ายที่สุดรัฐบาลจะยึดมั่นตามปณิธาน การทำงานที่เลือกผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์หรืออิทธิพลของใคร







