
ปทีปแจงไม่มีชุดไล่ล่าแกนนำแดง
สตช.แจง ใช้งบ 842 ล้านบาทช่วงเสื้อแดงชุมนุม ปทีป ยันไม่มีนโยบายจัดชุดล่าหัวแดง มีแต่ชุดไล่จับตามหมายจับเท่านั้น ย้ำโครงการก่อสร้างโรงพักคุ้มค่าประหยัดงบประมาณ
สตช.แจง ใช้งบ 842 ล้านบาทช่วงเสื้อแดงชุมนุม ปทีป ยันไม่มีนโยบายจัดชุดล่าหัวแดง มีแต่ชุดไล่จับตามหมายจับเท่านั้น ย้ำโครงการก่อสร้างโรงพักคุ้มค่าประหยัดงบประมาณ
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จำนวน 74,990,683,700 บาทซึ่งคณะกรรมาธิการหลายคนอาทิ สอบถามถึงการตั้งงบประมาณเบิกจ่ายให้กับกำลังพลที่สนับสนุนงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในการดูแลรักษาความสงบช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจแห่งใหม่ทั่วประเทศจำนวน 396 หลัง ว่าเหตุใดจึงรวมเป็นสัญญาเดียวกันโดยยึดหลักต้องมีผลงานก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้าน บาทเท่านั้น ทำให้ผู้รับเหมาต่างจังหวัดไม่สามารถเข้ามาแข่ง ขันประมูลในโครงการนี้ได้ นำมาซึ่งข้อครหาล็อคเสปกให้กับผู้รับเหมารายใหญ่เท่านั้น
ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ชี้แจงว่า ช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมา ใช้กำลังตำรวจจำนวน 26,000 คน มีรายจ่ายนายละ 400 บาทเท่าเทียมกัน ซึ่งขณะนี้เบิกจ่ายไปแล้วจำนวน 842 ล้านบาท แต่ขณะนี้เหลือกำลังพลเพื่อดูแลเสริมงานของตำรวจนครบาลเพียงแค่หนึ่งกองร้อย เท่านั้น เพราะไว้อารักขาวีไอพี
“สำหรับการเช่ารถตู้ให้สถานีตำรวจทั่วประเทศที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่าคุ้มหรือไม่นั้น ตนถือว่ามีประโยชน์มากเพราะสามารถช่วยลด ค่าใช้จ่าย และเป็นบังเกอร์ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในยามที่สตช.ไม่มีกระสอบทรายไว้ ป้องกันตัวเอง ส่วนกรณีก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศสามารถสรุปได้ชัดเจนแล้วว่า การรวมงบประมาณประมูลครั้งเดียวทำให้ประหยัดงบประมาณได้ ตัวอย่างเช่นโครงการก่อสร้างแฟลต 5 ชั้นที่จะแล้วเสร็จภายใน 2 ปีพบว่าประหยัดได้ถึง 500 ล้านบาท หากกระจายประมูลคงไม่สามารถประหยัดงบได้แน่” พล.ต.อ.ปทีป กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ รองผบช.ส่งกำลังบำรุง ชี้แจงเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจทั่วประเทศว่า เหตุที่ต้องรวมเป็นสัญญาเดียวเพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มีอำนาจที่จะ อนุมัติการประมูลเหมือนผู้ว่าราชการจังหวัดได้ จึงต้องรวม โครงการเพื่อนำมาให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติ ทั้งนี้การกำหนดว่า ผู้เข้าประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาทนั้น ยึดจากโครงการยอดรวม 6,000 ล้านบาท หากใช้กฎเกณฑ์ทั่วไปคือต้องมีผลงานไม่ต่ำกว่า 50% ของโครงการ จะต้องใช้ถึง 3,000 ล้านบาททีเดียว แต่เมื่อ ได้พิจารณาโครงการก่อสร้างล็อตแรกแล้วเห็นว่าได้ยึดผลงานแค่ 20% ของโครงการ จึงนำมาซึ่งตัวเลข 1,200 ล้านบาท
จากนั้น นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย ได้ซักถามกรณีที่คุณหญิง แพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่ามีเอกสารที่ชัดเจนกรณีจ่าเพียร เรื่อง นี้จึงอยากทราบข้อเท็จจริงเพราะกระทบขวัญกำลังใจของชั้นผู้น้อย รวมถึงข่าวการตั้งชุดไล่ล่าคนเสื้อแดงในหลายพื้นที่อาทิ อุดรธานี บุรีรัมย์และกาญจนบุรี ที่นายตำรวจระดับสูงยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ชี้แจงว่า ขอยืนยันว่าไม่มีชุดไล่ล่า เพราะสตช.ไม่มีนโยบายเช่นนี้ แต่เรามีชุดไล่จับตามหมายจับเท่านั้น กรณีการ แต่งตั้งโยกย้ายหากไม่ได้รับความเป็นธรรมขอให้ส่งข้อมูล ข้อร้องเรียนมายังสตช.ได้







