posttoday
จับหญิงลักเด็กจากรพ.นาน4ปีสารภาพอยากมีลูก

จับหญิงลักเด็กจากรพ.นาน4ปีสารภาพอยากมีลูก

05 พฤศจิกายน 2558

ตำรวจภาค 4 จับหญิงวัย 32 ขโมยเด็กไปจาก โรงพยาบาลเมื่อ 4 ปีที่แล้ว สารภาพอยากมีลูก เผยหากพ้นผิดจะพยายามขอเด็กคืนจากแม่แท้ๆ

ตำรวจภาค 4 จับหญิงวัย 32 ขโมยเด็กไปจาก โรงพยาบาลเมื่อ  4 ปีที่แล้ว สารภาพอยากมีลูก เผยหากพ้นผิดจะพยายามขอเด็กคืนจากแม่แท้ๆ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จตุพล  ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4  พล.ต.ต.ยรรยง  เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 และ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนางอัญชุลี  ชิดขุนทด อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.75/ 2554 ลงวันที่ 14 ก.พ.2554 ในข้อกล่าวหากระทำความผิดโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาผู้ปกครอง หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 2 บก.สสภ.4  จับกุมตัวได้ภายในบ้านพักในเขต จ.ชัยภูมิ

พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น  เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2554 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้วหลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าทำการลักเด็กทารกแรกเกิดอายุ 2 วัน ไปจากนางกัลย์สุดา สำแดง อายุ 26 ปี ขณะพักฟื้นอยู่ภายในหอผู้ป่วยหลังคลอด ชั้น 2 แผนกสูติกรรม 1 อาคารราชนครินทร์ รพ.ขอนแก่น โดยคนร้ายอาศัยจังหวะขณะที่ผู้เสียหายเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำภายในอาคารดังกล่าว

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นหญิงอายุประมาณ 30 – 40 ปี รูปร่างท้วม อุ้มเด็กทารกออกจากอาคารไป ชุดสืบสวนสอบสวนจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวติดตามหญิงคนร้ายที่ก่อเหตุเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 ทราบว่าโรงเรียนวังตาเทพ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ตรวจพบพิรุธในใบสูติบัตร ของ เด็กหญิงอายุ 4 ปี ที่มาสมัครเข้าเรียนมีรอยลบหลายแห่งจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

"จากการตรวจสอบทะเบียนราษฎร์พบว่าหมายเลขประจำตัวประชาชนระบุชื่อเด็กอีกคน อายุ 9 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ขอนแก่น จึงสงสัยว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวอาจเป็นเด็กซึ่งถูกลักพาไปเมื่อปี 2554 ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 4 ปี เช่นเดียวกัน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล และตรวจสอบไปถึง นางอัญชุลี ซึ่งได้ยอมรับว่า ได้ไปลักเด็กมาจาก โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2554 ขณะที่สาเหตุที่ทำไปเพราะแท้งลูกขณะท้องได้ประมาณ 6 เดือน"

พ.ต.อ.เกษม  มุทาพร  ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำการตรวจพิสูจน์ยืนยันบุคคลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บเยื่อบุกระพุ้งแก้มของ เด็กหญิง และนางกัลย์สุดานำไปตรวจเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอ และ ได้รับรายงานผลตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 แจ้งว่า ดีเอ็นเอ  ของ เด็กหญิงกับ นางกัลย์สุดา มีความสัมพันธ์แบบมารดา- บุตร

นางอัญชุลี กล่าวว่า วันที่ก่อเหตุได้ลงมือลำพังเพียงคนเดียว โดยขับรถยนต์มาลักทารกจากโรงพยาบาล จากนั้นได้บอกกับสามีว่า เป็นลูกของตัวเอง และได้มอบให้กับปู่ย่าได้เลี้ยงดูแล จากนั้นได้ไปทำงานกับสามีที่ต่างจังหวัด โดยแวะมาหา เด็กหญิงเดือนละ 1-2ครั้ง และรักเหมือนลูกแท้ๆ ซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะดำเนินการกับตน และหลังจากพ้นโทษแล้วก็จะพยายามขอเด็กคืนจากแม่แท้ๆแม้ว่าต้องแลกด้วยเงินจำนวนมากก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท