
"มีชัย" แย้มเลิกยุบพรรคกรณีผู้บริหารทำผิด
"มีชัย" เลิกยุบพรรคกรณีผู้บริหารทำผิด แต่ถ้าปล่อยให้คนต่างชาติเข้ามาบริหารก็ต้องถูกยุบ ยอมรับระบบเลือกตั้งใหม่เขย่ารัฐบาลอนาคต
"มีชัย" เลิกยุบพรรคกรณีผู้บริหารทำผิด แต่ถ้าปล่อยให้คนต่างชาติเข้ามาบริหารก็ต้องถูกยุบ ยอมรับระบบเลือกตั้งใหม่เขย่ารัฐบาลอนาคต
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า คณะกรธ.ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกำหนดวิธีการนับคะแนนเพื่อคำนวนหาจำนวนสส.บัญชีรายชื่ออย่างไร หลังจากมีเสียงท้วงติงว่าการไม่เอาคะแนนของผู้ชนะเลือกตั้งสส.ระบบเขตมาคำนวนหาสส.บัญชีรายชื่อไม่มีความเหมาะสม แต่คณะกรธ.ยังยืนยันในหลักการเดิม คือ การลงคะแนนเลือกตั้งสส.ระบบเขตเลือกตั้งและสส.บัญชีรายชื่อด้วยบัตรเลือกตั้งสส.ระบบเขตเพียงหนึ่งใบเท่านั้น
ประธานกรธ. กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวจะไม่ทำให้คะแนนที่ประชาชนไปลงให้สูญเปล่า และช่วยให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะพรรคต้องคัดเลือกคนที่ดีที่สุดลงไป อย่างไรก็ตาม วิธีคำนวนมีได้หลายวิธี เรากำลังคิดว่าจะนำคะแนนทั้งหมดมาใช้คำนวนเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงคะแนนอย่างไร โดยไม่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น
นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่มีความแน่นอนแล้ว คือ จำนวนสส.ทั้งหมดจะมี 500 คนแบ่งเป็นระบบเขตเลือกตั้ง 350 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ซึ่งการเลือกตั้งระบบเขตจะใช้รูปแบบเขตเดียวคนเดียว และสส.บัญชีรายชื่อจะเป็นบัญชีเดียวกันทั่วประเทศ แต่การจัดทำผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อนั้นอาจจะกำหนดให้ต้องมีผู้สมัครที่มาจากทุกภูมิภาค สำหรับที่มาของการกำหนดตัวเลข 350 และ 150 มาจากการที่เราคิดว่าเป็นจำนวนตัวเลขที่ใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด และเพื่อไม่ให้ประชาชนไปลงคะแนนเลือกตั้งมีน้ำหนักแตกต่างกันมากเกินไป
ประธานกรธ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรธ.จะกำหนดให้ผู้สมัครสส.เขตเลือกตั้งจะไม่มีสิทธิไปอยู่ในฐานะเป็นผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพร้อมกัน คณะกรธ.คาดว่าระบบเลือกตั้งสส.แบบใหม่ที่ออกแบบจะทำให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิมากขึ้นเพราะคะแนนของประชาชนทุกคะแนนจะมีความหมาย ไม่ทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใด
"เลือกตั้งวิธีนี้รัฐบาลในอนาคตก็ยังเข้มแข็งได้ ถ้าชนะคะแนนมาก คุณก็ได้สส.มาก มันเป็นหลักปกติอยู่แล้ว เราไม่มีทางสกัดได้ และไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปกังวล เรากังวลแค่ว่าเมื่อคนไปลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ทำอย่างไรให้คะแนนของเขามีน้ำหนักและมีที่ยืนในสังคม"นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่า ในระบบการเลือกตั้งแบบใหม่จะมีผลกระทบต่อการนับคะแนนหรือไม่หากมีการทุจริตเลือกตั้ง นายมีชัย กล่าวว่า การคำนวนจำนวนสส.อาจทำเป็น 2 ระยะ 1.รับรองผลการเลือกตั้งก่อนครบกำหนด 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง เพื่อให้คำนวนหาสส.ไปก่อน 2.การลงโทษหลังจากการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่และนำคะแนนครั้งใหม่มาคำนวน โดยจำนวนสส.อาจเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ได้
"ถามว่าจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงต่อรัฐบาลหรือไม่นั้นก็ต้องถามว่าถ้ามันมาจากการทุจริต คุณจะหลับตาและปล่อยให้มันอยู่กันอย่างนั้นต่อไปเหรอ เราก็คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น คนทุจริตเมื่อถูกจับได้ก็ต้องมีผลกระทบ ถ้าอยากจะให้มั่นคงก็ต้องอย่าไปทุจริตจนเขาจับได้" นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีบทกำหนดโทษว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ถ้าพรรคการเมืองทั้งพรรคทุจริตก็ต้องยุบพรรค แต่สำหรับกรณีที่ผู้บริหารพรรคทำผิดอาจจะไม่มีผลให้ถูกยุบพรรค เพราะเห็นใจคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพบว่าถ้าทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆจะทำให้ผู้บริหารพรรคไปอยู่ข้างหลังกันหมด ดังนั้น จะตัดสิทธิการเมืองเฉพาะบุคคลที่กระทำทุจริตและผู้ที่รู้เห็นเป็นใจ แต่ยังไม่มีความคิดที่จะยุบพรรคการเมือง เว้นแต่จะเป็นกรณีที่พรรคการเมืองกระทำผิดเสียเอง
เมื่อถามว่า จะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคการเมืองได้กระทำความผิด นายมีชัย กล่าวว่า "ถ้าพรรคยอมให้คนต่างชาติเข้ามาบริหารพรรคอย่างนั้นก็ต้องยุบพรรค"
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคยอมให้คนที่อยู่ต่างชาติมาบริหารพรรคต้องยุบพรรคหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า "ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นเขาเป็นสมาชิกพรรคหรือเปล่า ถ้าไม่เป็นก็อาจต้องยุบพรรคเหมือนกัน เพราะแปลว่าพรรคการเมืองนั้นไม่มีคนมีฝีมือพอที่จะบริหารได้แล้วแต่ไปให้คนที่อยู่ข้างนอกมาบริหาร"
เมื่อถามว่า คนที่มีคดีความจะถือว่าเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติในการเป็นสมาชิกพรรคใช่หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า "ไอดีมันใกล้เคียงเข้าไปทุกทีแล้ว อย่าตอบเลยดีกว่า เอาไว้ไปคุยกันข้างหลัง"
เมื่อถามว่า จะวางหลักเกณฑ์อย่างไรเพื่อไม่ให้คนภายนอกเข้ามาบริหารพรรค หลังจากก่อนหน้านี้กกต.เคยบอกว่าเอาผิดไม่ได้ นายมีชัย กล่าวว่า เราคงไม่เขียนรายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญแต่กรธ.คงวางแต่หลักการเอาไว้ และไปกำหนดรายละเอียดในกฎหมายลูกว่าการกระทำอย่างไรถึงจะถือว่าเป็นการบริหารพรรคการเมืองโดยบุคคลภายนอก ซึ่งถ้ามันเคยเกิดเป็นปัญหาของกกต.และถ้ากกต.มาเล่าให้กรธ.ฟัง กรธ.มีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาให้กกต.







