posttoday
นโยบายลูกคนเดียว

นโยบายลูกคนเดียว

05 พฤศจิกายน 2558

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา อ้างประกาศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่าทางการจีนได้ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว จากนี้ไปครอบครัวจีนจะมีลูกได้ 2 คน

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา อ้างประกาศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่าทางการจีนได้ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว จากนี้ไปครอบครัวจีนจะมีลูกได้ 2 คน

แนวคิดเรื่องจำกัดให้มีลูกได้คนเดียวเกิดขึ้นในปี 1978 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 1980 หรือ 35 ปีมาแล้ว ในขณะนั้นประชากรจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าใกล้หลักพันล้านคน สร้างความหนักอกหนักใจให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเป็นอันมากปัญหาใหญ่ที่ทุกคนกลัว คือ การมีทรัพยากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารและน้ำ

ต้องยอมรับกันก่อนว่า จีนในเวลานั้นเป็นประเทศที่ยากจน ทางเลือกมีไม่มาก ในปี 1964 จีนมีประชากรไม่ถึง 700 ล้านคน ผ่านไปเพียง 18 ปี คือ ในปี 1982 ประชากรทะลุหลักพันล้านคน หรือสูงขึ้นเกือบ 50% ในช่วงนั้นจีนเริ่มเปิดประเทศ เจ้าหน้าที่ทางการมีโอกาสออกไปเห็นความเป็นไปในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีระบบการวางแผนครอบครัวที่ดี แต่การจะนำมาใช้และให้เห็นผลในระยะเวลาอันสั้นเป็นเรื่องยาก

ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 จีนพยายามส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวชะลอการแต่งงานออกไป และให้มีลูกเพียง 2 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าประเพณีนิยมเป็นอันมาก แต่ผลที่ได้จำกัด และประชากรยังคงเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ในการตัดสินใจเดินหน้านโยบายลูกคนเดียว ทางการจีนตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถทำให้ประชากรขยายตัวช้าลงในทันที หลังจากนั้นไม่นานก็จะถึงจุดอิ่มตัว แล้วเริ่มกลับลดลง และเมื่อครบ 100 ปี คือ ในปี 2080 จีนจะเหลือประชากรเพียง 700 ล้านคน ซึ่งเชื่อกันในขณะนั้นว่าเป็นระดับที่เหมาะสม

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ รัฐบาลจีนคาดว่ามีความจำเป็นต้องบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียวเป็นเวลา 1 ชั่วอายุคน ซึ่งผมเข้าใจว่าหมายถึง 20 ปี แต่ในทางปฏิบัตินโยบายนี้กลับอยู่ยาวมาถึง 35 ปี

สาเหตุที่ต้องยืดอายุการใช้งานออกไป เป็นเพราะประชากรไม่ยอมหยุดขยายตัว ตัวเลขล่าสุดกว่า 1,300 ล้านคนแล้ว ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนอายุยืนขึ้นมากประการหนึ่ง และมีการผ่อนปรนการบังคับใช้นโยบายนี้มากขึ้นเป็นลำดับอีกประการหนึ่ง ล่าสุดมีคนนับข้อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามได้ถึง 22 วิธี เช่น ชนกลุ่มน้อยอย่างชาวทิเบตไม่ถูกจำกัดเลย ชาวชนบทและเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลบางแห่งมีลูกได้ 2 คนหรือมากกว่า ครอบครัวที่ลูกตายหรือพิการก็ให้มีใหม่ได้ ต่อมามีการอนุญาตให้มีลูกคนที่ 2 ได้ถ้าคนแรกเป็นหญิง หรือถ้าพ่อและแม่เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว จากนั้นก็ผ่อนปรนมากขึ้นเป็นพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นลูกคนเดียว เป็นต้น ทำให้เหลือครอบครัวที่หนีไม่ออกจริงๆ เพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น ผลของการดำเนินนโยบายลูกคนเดียวก็กลายเป็นตำนานที่มีเรื่องเล่าขานกันมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ดี บางเรื่องเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่รอยแผลเป็นจะลบเลือนไม่ออกไปอีกนานเรื่องที่เลวร้ายที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องการฆาตกรรมทารกเพศหญิง รองลงไปเป็นเรื่องการทำแท้งเมื่อตรวจพบว่าทารกในครรภ์เป็นหญิงนอกจากนั้นก็มีเรื่องการบังคับทำหมัน เป็นต้น

หลังจากเด็กรุ่นแรกๆ ภายใต้นโยบายลูกคนเดียวเริ่มโตเป็นหนุ่มสาว ก็เกิดปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตก คือ การขาดความสมดุลระหว่างชายหญิง ประมาณว่ามีผู้ชายในวัยแต่งงานมากกว่าผู้หญิง 30 ล้านคน มากกว่าประชากรของประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้เสียอีก โรคขาดแคลนเจ้าสาวระบาดไปทั่ว บางหมู่บ้านมีแต่ผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงในวัยแต่งงานหลงเหลืออยู่ ผู้ชายหลายคนถูกมิจฉาชีพหลอกให้จ่ายค่าสินสอดเทียบเท่ากับรายได้จากการทำงานหลายปี แต่หลังจากจ่ายเงินไปแล้ว ผู้หญิงที่จะเป็นเจ้าสาวก็พลอยอันตรธานหายตัวไปด้วยทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว อับอายขายหน้า เปล่าเปลี่ยวเดียวดาย และหมดหวังในชีวิต

ในตลาดแรงงานมีความเชื่อกันว่า ลูกคนเดียวคุ้นเคยกับการถูกตามใจจนเสียนิสัย ทำให้ความสามารถในการทำงานด้อยกว่าคนที่มาจากครอบครัวที่มีลูกหลายคน บางบริษัทเวลาประกาศรับสมัครพนักงาน จะระบุไว้ชัดเจนว่าไม่รับผู้สมัครที่เป็นลูกคนเดียวในระดับมหภาค จีนกำลังกลายเป็นสังคมคนแก่ จำนวนคนเกษียณอายุเพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 10 ล้านคน ในขณะที่จำนวนคนที่ก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานมีน้อยกว่ามาก ทำให้ตลาดแรงงานหดตัวปีละ 7 ล้านคน ด้านหนึ่งเริ่มเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน อีกด้านหนึ่งเกิดปัญหาความไม่พร้อมทั้งของลูกหลานและของภาครัฐในการดูแลคนชราจำนวนมากที่มีเงินออมเก็บไว้ไม่เพียงพอใช้จ่าย

การยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว นอกจากจะเป็นการยกเลิกนโยบายที่ควรจะถูกยกเลิกมานานแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและสังคมด้วยประเทศตะวันตกตอบรับการเปลี่ยนแปลงภายในจีนครั้งนี้ด้วยดี

องค์กรสิทธิมนุษยชนในหลายประเทศเรียกร้องเรื่องนี้จากจีนมานานแล้ว โดยให้เหตุผลว่า จีนน่าจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการชะลอการขยายตัวของประชากร โดยการมีนโยบายวางแผนครอบครัวที่เหมาะสม และโดยการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและยอมรับ ประเทศที่ถูกยกเป็นตัวอย่างบ่อยครั้งที่สุด คือ ประเทศไทยซึ่งประสบความสำเร็จในระดับใกล้เคียงกัน บนพื้นฐานของความสมัครใจแต่เพียงอย่างเดียว

ในช่วงเวลา 35 ปีของการขับเคลื่อนนโยบาย ผู้หญิงจีนโดยเฉลี่ยมีลูกลดลงจาก 2.8 เหลือ 1.4 คน ใกล้เคียงกับผลที่ได้จากนโยบายวางแผนครอบครัวของไทย

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผมยอมรับว่าเห็นใจรัฐบาลจีน ย้ำอีกครั้งว่าจีนสมัยนั้นยากจนกว่าเรามาก ระดับการศึกษาก็ต่ำกว่าเรา การสาธารณสุขก็แย่กว่าเรา ไม่มีทางที่รัฐบาลจะรณรงค์และแจกเครื่องไม้เครื่องมือในการคุมกำเนิดได้อย่างเต็มที่และอย่างได้ผลเหมือนที่เราทำ ที่สำคัญคือเดิมพันของเขาสูงกว่าของเรามาก ของเราถึงจะไม่สำเร็จก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์รองรับประชากรที่เพิ่ม แต่ของเขาหากไม่สำเร็จอาจหมายถึงการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในวงกว้างและเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงบ่อยๆ

จะเห็นว่าคนจีนส่วนใหญ่ คือ ประมาณ 3 ใน 4 สนับสนุนนโยบายลูกคนเดียวของรัฐบาล แม้ว่านโยบายนี้จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาหลายประการ แต่ความเสี่ยงจากการมีประชากรล้นประเทศมีมากกว่า

ในวันนี้แม้ว่านโยบายลูกคนเดียวจะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดภาวะเบบี้บูม หรือเกิดการแข่งกันผลิตลูกออกมา สังคมจีนในวันนี้คุ้นเคยกับการมีครอบครัวขนาดเล็ก การเพิ่มลูกเป็นการเพิ่มภาระ และอาจทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูได้อย่างเต็มที่ มีคำถามว่า ทำไมจึงยังจำกัดไว้ 2 คน ทำไมไม่เปิดกว้างเสียเลย เพราะถึงอย่างไรก็คงไม่ทำให้เกิดความแตกต่างมากนัก ประเทศที่เจริญแล้วบางประเทศ รัฐบาลต้องสร้างแรงจูงใจให้คนยอมมีลูกมากขึ้นด้วยซ้ำไป

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ