
ชาวบ้านร้องดีเอสไอถูกโกงเงินออมทรัพย์เสียหายกว่า30ล้าน
สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเลิงนกทา จ.ยโสธร ร้องดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ หลังสมาชิกว่า 200 คนถูกโกงเสียหาย กว่า 30 ล้าน
สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเลิงนกทา จ.ยโสธร ร้องดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ หลังสมาชิกว่า 200 คนถูกโกงเสียหาย กว่า 30 ล้าน
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำผู้เสียหายจาก ตำบลศรีแก้ว อำเภอเลิงนกทา หมู่บ้านศรีสวัสดิ์ จ.ยโสธร ตัวแทนจำนวน30 คน มายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี กับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีฉ้อโกงเงินออมทรัพย์ของชาวบ้านจ.ยโสธร มากกว่า 200 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท 511 บัญชี โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารร้องเรียน
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นเรื่องให้กับดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมและขอให้รับเป็นคดีพิเศษภายหลังชาวบ้านที่ฝากเงินกับสวัสดิการออมทรัพย์กลุ่มแม่บ้าน ในอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธร ไม่ได้รับเงินปันผลกำไรจากดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 มานานกว่า 6 ปี ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจได้พากันขอถอนเงินต้นที่ฝากไว้กับสวัสดิการฯคืน แต่ปรากฎว่าไม่สามารถเบิกเงินได้ โดยเจ้าหน้าที่ในกองทุนฯอ้างกับชาวบ้านว่านำเงินไปปล่อยกู้แต่กับถูกโกง สมาชิก200 คนจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งกับ สภ.เลิงนกทา ให้ดำเนินคดี แต่เรื่องกับล่าช้าไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องได้
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า กลุ่มสวัสดิการดังกล่าวก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2538 มีสมาชิกเข้ารวมออมเงินกว่า 200 คน มีชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเงินที่ฝากไว้ก็เบิกออกมาไม่ได้ พบว่ามีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากเลขาธิการกองทุนดังกล่าวเป็นภรรยานายตำรวจ ยศ พ.ต.ท. จึงไม่ใครกล้าร้องเรียนและมีบุคคลข่มขู่ชาวบ้านว่า หากไปแจ้งความก็จะไม่ได้รับเงินคืน
นายสนั่น ขันธนู ผู้เสียหายจากการฝากเงินกับสวัสดิการกลุ่มแม่บ้าน อายุ 65 ปี กล่าวว่า ได้ฝากเงินไปจำนวน 5 หมื่นบาท ปกติจะได้รับเงินปันผลหรือดอกเบี้ย แต่มาช่วงหลังไม่ได้รับเงินปันผลจึงเริ่มไม่มั่นใจสถานะสวัสดิการกลุ่มๆ ก่อนไปขอถอนเงินต้นออกแต่ไม่สามารถเบิกมาได้ นั่นทำให้รู้ว่ากำลังถูกโกง
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. และส่งจดหมายแจ้งกลับให้ชาวบ้านได้รับทราบแล้ว ทั้งนี้ทางดีเอสไอจะต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าคดีนี้สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ โดยจะเสนออธิบดีดีเอสไอให้รับทราบ อย่างไรก็ตามได้ประสานกับผู้บังคับการตำรวจจังหวัดยโสธรและได้ชี้แจงว่ายืนยันจะเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีฉ้อโกงประชาชน และขณะนี้ได้รับเป็นคดีพรก.การกู้ยืมเงินแล้ว ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจจังหวัดยโสธรก็ต้องส่งเรื่องให้ทางดีเอสไอเพื่อตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ต่อไป







