
ชิ้นส่วนรถเจ๊ง
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนรถ ชี้เอสเอ็มอีปิดตัว-ควบรวมถึง 500 ราย เหตุพิษเศรษฐกิจ
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนรถ ชี้เอสเอ็มอีปิดตัว-ควบรวมถึง 500 ราย เหตุพิษเศรษฐกิจ
นางอัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยปี 2558 โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (เทียร์ 2-3) ได้โดนควบรวมกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างชาติที่มาลงทุนในไทย หรือปรับตัวไปทำธุรกิจอื่นถึง 500 ราย หรือเอสเอ็มอีชิ้นส่วนรถยนต์ที่มี 1,700 ราย หายไปเหลือ 1,200 ราย
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังกล่าวมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศไทยชะลอตัว รวมถึงการคาดการณ์การผลิตรถยนต์ในปีนี้ ที่ปรับตัวลดลงจาก 2 ล้านคันในช่วงต้นปี เหลือ 1.85 ล้านคัน และมีแนวโน้มว่าทั้งปีนี้จะอยู่ที่ราว 1.8 ล้านคัน ทำให้คำสั่งซื้อลดลง ดังนั้นผู้ผลิตชิ้นส่วนจึงได้รับผลกระทบตามมา
ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องปรับตัวหาตลาดและช่องทางใหม่ เพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจไว้ ซึ่งตอนนี้ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ยังได้ปรับตัวหันไปผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทนจากเดิมที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อป้อนในโรงงานผลิตรถยนต์เท่านั้น และอีกส่วนหนึ่งได้ผลิตชิ้นส่วนสินค้าและสร้างแบรนด์ของตัวเอง
“บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมีฝีมือการผลิตเทียบได้กับมาตรฐานโลก จึงมองว่าบริษัทเหล่านั้นมีโอกาสในการต่อยอดพัฒนาการผลิตในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียง อาทิ ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตร หรือผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจรวมชะลอตัว อุตสาหกรรมอื่นๆ จึงอาจยังไม่ฟื้นตัวเพื่อรับการผลิตเพิ่มเติมนัก” นางอัชณา กล่าว
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ในปีนี้ คาดจะทรงตัวหรือเติบโตเพียงเล็กน้อยจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพราะภาพรวมการผลิตรถยนต์ในประเทศลดลง และเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนการส่งออกที่โดนกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ผู้ผลิตยานยนต์ในต่างประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ลดการผลิตลงจาก 1.2-1.3 ล้านคัน เหลือ 1 ล้านคัน ส่งผลให้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนจากประเทศไทยลดลงตาม
นางอัชณา กล่าวว่า สถานการณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยปี 2559 น่าจะดีขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะเริ่มเห็นผลดีขึ้นในปีหน้า ทั้งการเร่งเอกชนลงทุน และการใช้จ่ายของรัฐผ่านลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ด้าน นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในปี 2558 ถือเป็นปีแห่งความยากลำบาก ตามสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ ที่ผู้ประกอบการทุกรายกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กจะมีสายป่านสั้นจึงได้รับผลกระทบมากสุด แต่เชื่อว่าถึงช่วงที่ต่ำสุดของเศรษฐกิจไปแล้ว และต่อจากนี้ไปจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
“แนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มดีมากขึ้น มาจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นเม็ดเงินสู่ฐานราก และทำให้เศรษฐกิจในประเทศพึ่งพาจากภายใน รวมถึงมีนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ รวมทั้งมีมาตรการของภาครัฐที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีหลายโครงการ ทำให้สัญญาณบวกความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น จึงมั่นใจว่าปี 2559 จะเป็นปีแห่งความหวังของเอสเอ็มอี” นางสาลินี กล่าว







