
ปชป.สวนนพดลชี้ปัญหาพระวิหารมาจากรัฐบาลแม้ว
ปชป. โต้ "นพดล" ไม่ดูถูกสื่อตปท. ยันจุดยืนพรรคต่อสู้เพื่อประโยชน์ประเทศชาติอธิปไตย ย้ำปัญหาเขาพระวิหารต้นตอจากรัฐบาลทักษิณ
ปชป. โต้ "นพดล" ไม่ดูถูกสื่อตปท. ยันจุดยืนพรรคต่อสู้เพื่อประโยชน์ประเทศชาติอธิปไตย ย้ำปัญหาเขาพระวิหารต้นตอจากรัฐบาลทักษิณ
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า กรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พาดพิงการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ดูถูกสื่อมวลชนต่างประเทศ นั้นขอยืนยันว่าจุดยืนของพรรคที่ดำเนินมาตลอดอายุ 64 ปี ที่ตั้งพรรคมาคือการรักษาประโยชน์ประเทศชาติ และอธิปไตยของดินแดนไทยมาโดยตลอด บทบาทการต่อสู่ในเรื่องของปัญหาพื้นที่เขาพระวิหารก็เป็นที่ประจักษ์ในวงการกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด
"พรรคเคยให้โอกาสนายนพดลได้เริ่มต้นชีวิตทางการเมือง แต่ก็อยากวิจารณ์ถึงพฤติกรรมส่วนตัว จึงอยากเรียนว่าวันนี้หากการทำงานของรัฐบาล ที่มีนายนพดล เป็น รมว.ต่างประเทศ ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ปัญหาในหลายเรื่องที่ทำให้ประเทศต้องสูญเสียประโยชน์นั้นก็คงลุกลามบานปลายและติดพันมาจนรัฐบาลชุดปัจจุบันต้องเข้ามาสะสางและ แก้ไข ซึ่งรัฐบาลก็ยืนยันว่าดำเนินการบนพื้นฐานการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ" นพ.บุรณัชย์กล่าว
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก โดยกัมพูชาได้มีการยื่นเพื่อขอขึ้นทะเบียนแต่ฝ่ายเดียว เรื่องนี้พรรคได้ติดตามมาตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขคือการสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นจากมติครม.ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้ให้การรับรองแผนที่แนบท้ายซึ่งเป็นแผนที่ที่ทางการไทยให้การปฏิเสธ ไม่ยอมรับมาโดยตลอด ตั้งแต่กรณีข้อพิพาทเขาพระวิหารเริ่มต้นเป็นต้นมา ซึ่ง มติครม. ที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ
ทั้งนี้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าเป็นมติ ครม. ที่ขัดกับบทรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และมีคำสั่งจากศาลปกครองว่าเป็นมติครม. ที่กระทบความมั่นคงต่อข้อพิพาทเรื่องเขตแดน และ ต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังก็มีคดีที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้สูญเสียผลประโยชน์ตามมาตรา 157 ซึ่งทั้งหมดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาที่มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทยเหนือพื้นที่เขาพระวิหาร







