ปชป.ชง 6 ข้อทำรธน.ใหม่ย้ำปรองดองต้องไม่นิรโทษคดีทุจริต
ประชาธิปัตย์ยื่นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ปรองดองต้องยึดหลักกฎหมายไม่นิรโทษคดีทุจริต มั่นใจ "มีชัย" มีทางออกปมเลือกตั้งระบบใหม่
ประชาธิปัตย์ยื่นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ปรองดองต้องยึดหลักกฎหมายไม่นิรโทษคดีทุจริต มั่นใจ "มีชัย" มีทางออกปมเลือกตั้งระบบใหม่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ในฐานะตัวแทนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อเสนอแนะการร่างรัฐธรรมนูญต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
นายจุรินทร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรเป็นฉบับลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน โดยมีข้อเสนอสำคัญ คือ
1. เรื่องสิทธิและเสรีภาพและการกระจายอำนาจไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนควรมีหลักประกันว่า จะได้รับไม่น้อยกว่าที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 50
2. ต้องมีกลไกมาตรการจัดการกับการซื้อเสียงและการทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นธรรมรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เช่น ห้ามคนเข้าสู่ตำแหน่งภาครัฐทุกระดับตลอดชีวิต คดีสำคัญที่ผ่านการตรวจสอบของรัฐสภา ต้องกำหนดการพิจารณาที่ชัดเจนรวดเร็ว รวมถึงกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ในคดีทุจริตได้
3. ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลต้องมีดุลยภาค และมีประสิทธิภาพ ทั้งการถ่วงดุลกันระหว่าง บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระ สำหรับการตรวจสอบถ่วงดุลในรัฐสภา ควรกำหนดให้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาจากฝ่ายค้าน และตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่สำคัญ เช่น กมธ.ปราบปรามการทุจริต กมธ.ตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายในภาครัฐ ควรกำหนดให้มาจากฝ่ายค้าน เพื่อประโยชน์การตรวจสอบถ่วงดุลแทนประชาชน
4.ระบบเลือกตั้งทุกระบบ มีข้อดีข้อเสีย เห็นด้วยกับนายมีชัย ที่เสนอระบบเลือกตั้งแบบ จัดสรรปันส่วนผสม ด้วยหลักที่ว่าต้องให้ความสำคัญกับทุกคะแนน และต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน ซึ่งระบบนี้ ก็ยังมีจุดอ่อน เช่น ไม่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ เพราะประชาชนเหมือนถูกกำหนดแกมบังคับให้ประชาชนเลือกคนกับพรรครวมกัน เนื่องจากกำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งได้แค่ใบเดียว ทำให้คนที่อยากให้สิทธิเลือกแยกคนแยกพรรคไม่สามารถทำได้ ดังนั้น การนำคนแพ้ไปคำนวณสส. บัญชีรายชื่อ จึงไม่สะท้อนความต้องการ เพราะเสียงประชาชนที่เลือก สส.เขตและแพ้ จะถูกนำไปคิดเป็นคะแนนบัญชีรายชื่อ ที่ประชาชนไม่ได้ต้องการเลือก
“เห็นว่า ควรเป็นระบบที่ให้ประชาชนเลือกได้ 2 ใบ คือ เลือก สส. เขต 1 ใบ และเลือกพรรคหรือบัญชีรายชื่อ 1 ใบ แล้วให้เอาคะแนนที่ประชาชนเลือกพรรค มาเป็นตัวกำหนดสส. ทั้งหมดของพรรค ซึ่งจะเหมือนกับ ระบบสัดส่วนผสม หรือเอ็มเอ็มพี ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน แต่จะต่างตรงที่ไม่มีการเลือกแบบ โอเพ่นลิสต์ ส่วนข้อเสียของระบบสัดส่วนผสมเรื่องการคิดคะแนนยาก และจำนวนสส. อาจไม่ตายตัว ก็เป็นเรื่องของรายละเอียด หากระบบนี้ได้รับการผลักดันก็จะต้องเป็นหน้าที่ของกรธ.ที่จะกำหนดเงื่อนไขต่อไป”นายจุรินทร์ กล่าว
สำหรับประเด็นที่เป็นห่วงถึงการใช้นำระบบการเลือกตั้งแบบ จัดสรรปันส่วนผสม และสัดส่วนผสม จะทำให้ พรรคการเมืองใหญ่ มีการตั้งพรรคนอมินี เพื่อให้ได้คะแนนเสียงมากขึ้นทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ก็มองว่า ไม่ว่าจะใช้ระบบเลือกตั้งแบบไหน ก็จะต้องมีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า นี่เป็นปัญหาที่นายมีชัย ก็เข้าใจและอาจมีการกำหนดแนวทางออกเอาไว้ในใจแล้ว
ส่วนที่กังวลว่า ไม่ว่าระบบเลือกตั้งแบบ จัดสรรปันส่วนผสม หรือ สัดส่วนผสม จะทำให้เราได้รัฐบาลผสม นั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรูปแบบการเลือกตั้งทั้ง 2 แบบนี้ ก็อาจทำให้ได้รัฐบาลพรรคเดี่ยวก็ได้ หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน และหากกลัวว่ารัฐบาลพรรคเดียวจะมีอำนาจเข้มแข็งเกินไป กรธ.ก็จะต้องออกแบบโครงสร้างการถ่วงดุลให้มีดุลยภาพมากยิ่งขึ้น
5.เรื่องของการปฏิรูป คิดว่ารัฐธรรมนูญควรระบุประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ต้องปฏิรูปไว้ และให้นำไปขอความเห็นชอบจากประชาชนผ่านประชามติ จากนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จะดำเนินต่อไปให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ดังนั้น องค์กรอะไรที่จำเป็นเพื่อจะมาทำหน้าที่ติดตามการปฏิรูป ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมเข้ามา เพราะหน้าที่ปฏิรูปทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลที่มาจากาการเลือกตั้ง
“หากกลัวว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะไม่ดำเนินการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ก็อาจให้มีการกำหนดบทลงโทษรัฐบาลเอาไว้ เพื่อกดดันให้ต้องทำตาม”รองหัวหน้าพรรค กล่าว
6. เรื่องของการปรองดองควรยึดหลักกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก จึงจะสามารถสร้างสังคมปรองดองและสันติระยะยาวได้ หาก กรธ. มองว่า นิรโทษกรรมคือแนวทางหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการสร้างความปรองดอง ก็ขอให้ นิรโทษกรรมแค่คดีเล็ก ส่วนคดีใหญ่ที่สำคัญคดีอื่น เช่น คดีทุจริต นั้นไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กรธ.กำลังยกร่างอยู่ ไม่ผ่านการทำประชามติ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ก็จะต้องมีความชัดเจน หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือ ครม. จะเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อให้มีความชัดเจน ในเรื่องของคะแนนเสียงการทำประชามติ แล้วก็ควรกำหนดทางออกในกรณีนี้ไว้ให้ชัดเจนด้วย
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ทางออกที่เสนอให้ไปหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติ ทางพรรคก็เห็นด้วย ซึ่งเคยให้ความเห็นไปแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 50 มีความเหมาะสมที่สุด ที่น่าจะหยิบมาปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อยก่อนนำมาประกาศใช้ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับ 40 นั้น ก็ถือว่าเป็นฉบับที่มากฉบับหนึ่ง แต่เนื่องด้วยความที่มีช่องโหว่เยอะ จึงทำให้มีการนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์จากการเข้าสู่อำนาจรัฐ
ขณะเดียวกัน ในประเด็นอื่นที่ กรธ. ยังเดินหน้าร่างเนื้อไปไม่ถึง ทางพรรคยังไม่อยากลงรายละเอียด และหากในอนาคต กรธ. ประสงค์จะข้อทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ก็พร้อมให้ความร่วมมือให้ความคิดเห็น เมื่อมีประเด็นที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในระบอบประชาธิปไตย







