posttoday
เปิดบันทึกประชุม ‘วิษณุ’ ล้วงคดี ‘ฟิลลิปมอร์ริส’

เปิดบันทึกประชุม ‘วิษณุ’ ล้วงคดี ‘ฟิลลิปมอร์ริส’

04 พฤศจิกายน 2558

คดีที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ถูกกล่าวหา หลบเลี่ยงการเสียภาษีนำบุหรี่เข้ามาในประเทศกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คดีที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ถูกกล่าวหา หลบเลี่ยงการเสียภาษีนำบุหรี่เข้ามาในประเทศกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท กำลังกลายเป็นประเด็นร้อน เนื่องจากอยู่ในขั้นสุดท้ายก่อนที่อัยการสูงสุดจะส่งฟ้องศาล

ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมืองที่เข้ามาล้วงลูกคดีดังกล่าว

ที่น่าสนใจคือมีการนำเอาบันทึกการประชุมหารือข้าราชการ กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญากับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีสาระน่าสนใจดังนี้

สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ วิษณุ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง สุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ขณะนั้น)ทรงรัตน์ เย็นอุรา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอัยการสูงสุด ชาติพงษ์ จีระพันธุ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 กรมสรรพสามิต ชูชัย อุดมโภชน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร

สรุปสาระการประชุม

วิษณุ ประธานที่ประชุมแจ้ง เนื่องจากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญากับบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงขอทำการประชุมในวันนี้

กรมสอบสวนคดีพิเศษรายงานมีการดำเนินคดีพิเศษ ที่ 75/2549 กรณีบริษัทนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร และยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม จากประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างปี 2546-2550 พนักงานสอบสวนฯ ได้มีความเห็นทางคดี เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 14 ราย ต่อพนักงานอัยการแล้ว ผลทางคดีอัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นแย้ง ต่อมาอัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 12 ราย

ทรงรัตน์ รายงานว่า บริษัทได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักนายกรัฐมนตรี คสช. และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยอ้างว่าคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดไม่เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรมศุลกากร ที่พิจารณารับราคา และยังอ้างว่าเป็นการปฏิบัติที่ขัดกับดับเบิ้ลยูทีโออีกด้วย

สำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งว่า ได้รับแจ้งความห่วงใยจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าหากอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาต่อบริษัท จะส่งผลกระทบต่อทางการค้า เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้ใช้ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการฟ้องไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน

ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาว่าการร้องขอดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจของอัยการ เนื่องจากข้อพิพาทของบริษัทอยู่ในพันธกรณีของดับเบิ้ลยูทีโอ และยังมีการร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายครั้ง สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยตอบเรื่องดังกล่าวไว้แล้วว่า ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องแล้ว จะกลับคำสั่งไม่ได้ แต่ยังคงขอความเป็นธรรมอีก รวมทั้งได้รับแจ้งความห่วงใยจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งผู้แทนทางการค้าของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาจากพฤติการณ์รูปคดีทั้งหมด โดยชี้ขาดจากพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวน มิใช่การปฏิเสธราคาที่ทางกรมศุลกากรได้รับราคาตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ การมีความเห็นของอัยการสูงสุดนั้น เป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 ที่ได้ผ่านการสอบสวนไว้แล้ว และมีพฤติการณ์ที่รับฟังได้ว่ามีการ
กระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกรณีข้อพิพาทในดับเบิ้ลยูทีโอ

ชูชัย ชี้แจงว่า การพิจารณาเรื่องราคาขณะนำเข้านั้น ไม่พบว่ามีเหตุผลชี้ได้ว่ามีการสำแดงราคาไว้ไม่ถูกต้อง หากต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษพบว่ามีหลักฐานที่สำแดงราคาไว้ไม่ถูกต้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษก็สามารถดำเนินคดีอาญาได้

ชาติพงษ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การฟ้องคดีกับบริษัทที่่เกิดจากการนำเข้าจากฟิลิปปินส์นั้น มีพยานหลักฐานสำคัญ นอกเหนือจากการเปรียบเทียบราคาจากผู้นำรายอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ อัยการสูงสุดสั่งฟ้องนั้นย่อมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอว่าดำเนินต่อไปได้

วิษณุ ขอหารือว่า เนื่องจากอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้อัยการฟ้องคดีพิเศษ ให้ส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาลอาญา ในวันที่ 15 มิ.ย. 2558 นั้น และพนักงานอัยการได้มีหนังสือนัดผู้ต้องหาเพื่อมารายงานตัวส่งฟ้องคดีแล้ว ตามประเด็นหารือข้างต้น มีผลให้ต้องชะลอการส่งฟ้องหรือไม่ อย่างไร

ขณะเดียวกัน วิษณุยังได้สั่งการมอบหมายให้กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมบัญชีกลาง หารือร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปการแก้ไขปัญหาการขอคืนเงินประกันของบริษัทให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้าของบริษัทที่นำเข้าจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ได้ยื่นฟ้องต่อดับเบิ้ลยูทีโอและศาลภาษีอากรกลางหรือไม่ และตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษหารือถึงเหตุจำเป็นที่ต้องดำเนินการส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาฟ้องคดีนั้น กรณีนี้สำนักนายกรัฐมนตรี (โดยรองฯ วิษณุ) จะมีหนังสือแจ้งให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทราบถึงเหตุผล และข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนวันที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษนัดผู้ต้องหามารายงานตัวเพื่อจะส่งฟ้องคดี

ทั้งหมดนี้ต้องเกาะติดว่า คดีนี้จะล้มหรือไม่ ต้องติดตามกันอย่ากะพริบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท