
ไม่ปิดประเทศอยู่ถึงก.ค.ปี’60
“พล.อ.ประยุทธ์” แจงไม่ปิดประเทศ ย้ำเลือกตั้ง ก.ค. 2560
“พล.อ.ประยุทธ์” แจงไม่ปิดประเทศ ย้ำเลือกตั้ง ก.ค. 2560
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยย้ำถึงวาระการบริหารประเทศจะอยู่ในตำแหน่งถึเดือนก.ค. 2560 เท่านั้น แม้นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ออกมาทำนายว่า นายกฯ จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 2-3 ปี
“ไม่ยาว ไม่สั้นหรอก ก.ค. 60 ก็ไปแล้ว เขาเขียนกฎหมายไว้อย่างนั้นจะไปอะไรอย่างอื่นคงไม่ได้อยู่ไปก็ไลฟ์บอย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ ยังได้อธิบายคำพูดปิดประเทศต่อที่ประชุมแม่น้ำ 5 สายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไม่มีใครต้องการให้ปิดประเทศ เพียงแต่พูดว่าถ้าสถานการณ์ไปถึงขั้นต้องปิดประเทศก็ตามใจ เพราะฉะนั้นขอร้องสื่ออย่านำเสนอเพื่อเพิ่มความขัดแย้ง
“เขาก็รู้สิ่งที่ผมพูดความหมายคืออะไร ผมอยากจะเป็นอย่างนั้นหรือ ไม่มีใครอยากทำหรอก ผมพูดแต่เพียงว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้น จะต้องไปถึงขั้นนั้นก็ตามใจ ใช่ไหมเล่า ชอบเอาประเด็นเหล่านี้ไปลง แทนที่จะมาสอนคนว่าทำอย่างนี้แล้วมันจะดี ผมจะได้ไม่หงุดหงิด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องที่มา สส.ได้ข้อยุติแล้ว ซึ่งตามหลักการแล้ว สส.ต้องมาจากการเลือกตั้ง และจำนวน สส.น่าจะมีไม่เกิน 500 คน ส่วน สส.แต่ละระบบจะมีจำนวนเท่าไหร่ต้องพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง
ประธาน กรธ. กล่าวว่า ขณะนี้ กรธ.ยังคงเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ทาง ครม.และ คสช.ยังไม่ส่งความเห็นมาแต่อย่างใด ขณะที่พรรคการเมืองใดมีความเห็น ก็พร้อมรับฟังเช่นกัน
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกจดหมายเปิดผนึกข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพรรคต่อ กรธ. เนื้อหาตอนหนึ่งเสนอว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วภายใน 180 วันหรือ 1 ปีต้องให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงทั่วประเทศมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นไปทำประชามติ หากผ่านก็ไปสู่การบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้นต่อไป
พรรคเพื่อไทยเสนอว่า การตัดสิทธิเลือกตั้งนักการเมืองหรือบุคคลใดก็ตามที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าประพฤติมิชอบหรือทุจริตการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ชอบด้วยเหตุผล แต่ต้องชัดเจนว่ากรณีนั้นๆ เกิดขึ้นตามระบบปกติไม่ใช่ผลพวงของรัฐประหารและบุคคลผู้ถูกตัดสิทธิต้องถูกดำเนินคดีโดยชอบ และจะต้องไม่กำหนดให้เป็นโทษย้อนหลังมิเช่นนั้นจะขัดกับหลักนิติธรรม
“ควรกำหนดไม่ให้บุคคลที่แสดงตนไม่ว่าทางความคิดเห็นหรือการกระทำใดโดยชัดแจ้งว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยและการดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญ หรือได้ตำแหน่งหรือผลประโยชน์ใดๆ จากการรัฐประหารดำรงตำแหน่งใดๆ ในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ”







