
ครม.บูมลงทุน
จัดแพ็กเกจล่อใจ ลงทุนตอนนี้ถึง มิ.ย. 2559 ได้สิทธิเว้นภาษี 4 ปี หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า
จัดแพ็กเกจล่อใจ ลงทุนตอนนี้ถึง มิ.ย. 2559 ได้สิทธิเว้นภาษี 4 ปี หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติมาตรการเร่งรัดการลงทุนจริงให้เกิดเร็วขึ้น โดยได้รับสิทธิประโยชน์จากการลงทุนด้วยการเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมจากเดิมตั้งแต่ 1-4 ปี หรือสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนมาหักภาษีได้ 2 เท่า เพื่อจูงใจให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่ยังกังวลใจในเรื่องสถานการณ์การเมืองแล้วชะลอการลงทุนไว้ เร่งตัดสินใจลงทุนเร็วขึ้นกว่าเดิม
“มาตรการที่จะช่วยให้เอกชนตัดสินใจได้เร็วขึ้น จากที่ผ่านมายังไม่ลงทุนเพราะไม่มีสิ่งจูงใจ รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการจูงใจเพื่อต้องการให้เกิดเงินลงทุนจริงๆ แต่ต้องลงทุนในปีนี้ถึง มิ.ย. 2559” นายสมคิด ชี้แจง
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการเร่งรัดการลงทุนในปี 2558-2559 ที่ ครม.อนุมัติจะแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรก สำหรับภาคเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นกลุ่มที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนระหว่าง 1 ม.ค. 2557-30 มิ.ย. 2559 และสามารถเริ่มผลิตหรือเริ่มให้บริการและมีรายได้ภายในปี 2560 จะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนค่าก่อสร้างอาคาร โรงงาน หรือซื้อเครื่องจักร มาหักภาษีได้ตามสัดส่วนการลงทุนที่ประกาศ
ชุดที่สอง เป็นมาตรการสำหรับเอกชนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ แต่หากมีการลงทุนในปีนี้ถึงสิ้นปี 2559 สามารถนำเงินลงทุนไปหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ ประกอบด้วย เครื่องจักร อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ สิ่งปลูกสร้าง และรถยนต์ที่ใช้ในกิจการ
“คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม จะก่อให้เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจในระยะสั้นเพิ่มขึ้น เพราะมีสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น” นายอภิศักดิ์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบมาตรการปรับปรุงระยะเวลาและการดำเนินงานการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งได้ออกแบบขั้นตอนการทำงานใหม่ให้เร็วขึ้น (พีพีพี ฟาสต์) ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนในการดำเนินงานลงจากเดิมที่ใช้เวลาการดำเนินงานจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างและเริ่มประมูลโครงการ 1 ปี กับอีก 10 เดือน เหลือเพียง 9 เดือนเท่านั้น คาดว่าจะมีโครงการพีพีพี 6 โครงการ วงเงินรวม 3.47 แสนล้านบาท







