posttoday
หนี้เสียรากหญ้าผุด ภัยร้ายเศรษฐกิจ

หนี้เสียรากหญ้าผุด ภัยร้ายเศรษฐกิจ

02 พฤศจิกายน 2558

ยังไม่ทันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะออกผลได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เศรษฐกิจก็เจอภัยเศรษฐกิจรอบใหม่จากปัญหาหนี้เสียของผู้มีรายได้น้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยังไม่ทันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะออกผลได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่เศรษฐกิจก็เจอภัยเศรษฐกิจรอบใหม่จากปัญหาหนี้เสียของผู้มีรายได้น้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายงานผลการดำเนินของธนาคารรอบ 6 เดือน ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มต้นรอบบัญชี วันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย. 2558 พบว่าหนี้เสียของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นจาก 3 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ด้านธนาคารออมสินก็กำลังเจอพิษหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้เสียของครู 5-6 แสนล้านบาท ที่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพและกลายเป็นหนี้เสียตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มีการประเมินกันว่าเดือนนี้ธนาคารออมสินจะต้องตั้งสำรองหนี้เสียครูถึง 8,000 ล้านบาท และในเดือน ธ.ค. 2558 อีก 1.9 หมื่นล้านบาท เท่ากับในช่วง 2 เดือน ธนาคารออมสินต้องตั้งสำรองหนี้เฉพาะหนี้ครูอย่างเดียวถึง 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเท่ากับจะกินกำไรธนาคารจนไม่เหลือ

วิกฤตหนี้เสียรากหญ้าที่เริ่มมากขึ้นในแบงก์รัฐ ถือว่าอาการหนักพอตัว เพราะในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี การดูแลบริหารจัดการไม่ตามติด หนี้เสียย่อมเพิ่มขึ้นหนีไม่พ้น

แม้แต่ธนาคารทหารไทย เป็นแบงก์พาณิชย์ที่มีการยกเครื่องการบริหารจนมาอยู่แบงก์ชั้นนำ ยังออกโรงว่า หนี้เสียของแบงก์ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจชะลอ ทำให้ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินงานของธนาคาร

ดังนั้น เมื่อมาพิจารณาในส่วนของแบงก์รัฐ การปล่อยกู้เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลที่สะสมกันมา มีจำนวนไม่น้อยต้องทำทั้งๆ ที่รู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูงก็ปล่อยและแก้ไขปัญหาเอาดาบหน้าพยายามซุกหนี้ไว้ใต้พรม พอหนี้เสียจะโผล่ขึ้นมา ก็มีการแต่งตัวทาหน้าให้เป็นหนี้ดี ไม่ได้มีการแก้ปัญหาที่แท้จริง ทำให้หนี้เสียรากหญ้าของแบงก์รัฐเริ่มกลบไม่อยู่

หากย้อนไปดูในส่วนของ ธ.ก.ส. รู้ดีว่าลูกค้าที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารจำนวนไม่น้อยอาการไม่ดี เพราะไม่มีเงินจากโครงการรับจำนำข้าวเกินราคาความเป็นจริง แต่เมื่อรัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำเพื่อลดความเสียหายของประเทศ ประกอบกับราคาพืชผลตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ทำให้ไม่มีเงินชำระหนี้กลายเป็นหนี้เสีย

สมัย สมหมาย ภาษี เป็น รมว.คลัง ได้ออกมาตรการแก้ไขรับมือหนี้เสีย ทั้งการพักชำระหนี้ การให้สินเชื่อทำอาชีพเพิ่ม แต่ก็ยังไม่สามารถดึงหนี้เสียของเกษตรกรอยู่ เพราะปัญหาราคาพืชผลตกต่ำและภัยแล้งส่งผลกระทบรุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คิด จนข้ามมาถึงฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวกันอีกไม่นาน ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการจำนำข้าวหอม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวดี เป็นการเพิ่มรายได้ชะลอหนี้เสียได้ส่วนหนึ่ง

ในส่วนหนี้ครูของธนาคารออมสิน ต่างจากหนี้เกษตรกรของ ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรมีรายได้เป็นฤดูกาล แต่หนี้ครูมีรายได้ประจำ การเกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว มาจากทั้งพิษปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการบริหารภายในของธนาคาร

แน่นอนว่าเศรษฐกิจไม่ดีทำให้หนี้เสียเพิ่ม แต่การไม่บริหารติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด เป็นตัวเร่งทำให้หนี้เสียโดยเฉพาะหนี้ครูเป็นหนี้เสียเพิ่มเร็วขึ้น เพราะธนาคารออมสินยุคใหม่มุ่งให้พนักงานหารายได้ค่าธรรมเนียมจากการออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น โดยเอาตัวชี้วัดผลงานจากการทำยอด ส่งผลให้พนักงานส่วนใหญ่เน้นแต่ปริมาณ ไม่ได้ดูเรื่องคุณภาพสินเชื่อ ที่สำคัญไม่มีเวลาไปดูแลหนี้ที่ปล่อยมาก่อนหน้าจนเป็นหนี้เสีย

นอกจากนี้ การขาดประสานงานกับสหกรณ์ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการทวงหนี้ครู ทำให้สหกรณ์ไม่ติดตามทวงหนี้ครูให้กับธนาคารออมสิน ส่งผลให้หนี้เสียครูเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในช่วงไม่กี่เดือน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารออมสินจะออกมาตรการให้ครูมาประนอมปรับโครงการสร้างหนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดปัญหาหนี้เสียครูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมีการปล่อยสินเชื่อรากหญ้า พ่อค้าแม่ค้าอีกจำนวนมาก ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีเช่นนี้ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นเหมือนหนี้ครูเช่นกัน

แต่ที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้หนี้เสียเกษตรกรและหนี้เสียครูขณะนี้ คือ การเร่งปล่อยกู้รากหญ้าและผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายของรัฐอีกหลายมาตรการ จะกลายเป็นหนี้เสียสะสมของคนฐานรากมากขึ้น ทั้งการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท การปล่อยกู้ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท และการปล่อยกู้ซื้อบ้านก็จะทำให้หนี้เสียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน และการปล่อยกู้ซอฟต์โลน

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ไม่คิดดอกเบี้ย 2 ปี ให้กองทุนไปปล่อยกู้ต่อสมาชิก แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่กองทุนหมู่บ้านจะนำเงินไปแจกรายละเท่าๆ กัน 1-2 หมื่นบาท สมาชิกก็จะนำไปใช้จ่ายไม่ได้ไปสร้างรายได้ หลังจากนั้นก็จะไม่มีเงินมาใช้หนี้ ทำให้หนี้เสียรากหญ้าเพิ่มขึ้นอีก

ในส่วนของการปล่อยกู้ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท มีการผ่อนปรนเงื่อนไขการค้ำประกันหนี้เสีย โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ต้องรับภาระหนี้เสียมากขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยเสี่ยงมากขึ้น เพราะหากเกิดหนี้เสียขึ้นมาหน่วยงานของรัฐรับความเสียหายมากกว่า ส่งผลทำให้หนี้ของเอสเอ็มอีเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ยังไม่รวมกับการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านผ่อนปรนที่รัฐบาลพยายามให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ไปรับลูกค้าที่ธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธไม่ปล่อยกู้เพราะกลัวเป็นหนี้เสีย จึงทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นได้ไม่ยาก

กระทรวงการคลัง ประเมินว่า ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะการส่งออกทรุด การบริโภคกระตุ้นมากไม่ได้ เพราะหนี้ครัวเรือนสูง ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งการลงทุนและการท่องเที่ยว ดังนั้นการที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยส่งเสริมให้คนเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น นอกจากเป็นการเร่งหนี้ครัวเรือนให้เพิ่มสูงแล้ว ยังเป็นการเร่งหนี้เสียของรากหญ้าอีกด้วย

ในภาวะเช่นนี้ หนี้เสียรากหญ้าที่เร่งตัวขึ้น กำลังเป็นภัยร้ายทางเศรษฐกิจที่อาจร้ายกว่าที่คิดไว้ แม้แต่ธนาคารพาณิชย์ที่ระบบดีๆ ยังเป็นห่วงหนี้เสียเพิ่ม ไม่ปล่อยให้กับลูกค้าที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและมีหนี้มาก แต่แบงก์รัฐยังต้องสนองนโยบายรัฐปล่อยกู้อุ้มคนมีรายได้น้อย ย่อมเป็นความเสี่ยงของแบงก์ และเป็นความเสี่ยงของประเทศที่จะมีหนี้เสียรากหญ้าเพิ่มขึ้นมาสั่นคลอนให้เศรษฐกิจอ่อนแอมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท