
รีสอร์ทเลี่ยงภาษี ปมใหม่ "เขาค้อ-ทับเบิก"
ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังไร้คำตอบ นั่นคือรายได้จากผู้ประกอบการรีสอร์ทเหล่านี้เสียภาษีให้รัฐอย่างถูกต้องหรือไม่
โดย....ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ปัญหาบ้านพัก รีสอร์ท ที่ผุดขึ้นกลางภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ นับร้อยแห่ง ส่งผลต่อทัศนียภาพและความสงบของภูทับเบิกในอดีต ซึ่งเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวประทับใจในฐานะหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตื่นตัวตรวจสอบการใช้ที่ดิน การโอน เปลี่ยนผู้ถือครองที่ดิน รวมทั้งมาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่พักเหล่านี้
แต่ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังไร้คำตอบ นั่นคือรายได้จากผู้ประกอบการรีสอร์ทเหล่านี้เสียภาษีให้รัฐอย่างถูกต้องหรือไม่
เกียรติชัย ทรงศาสตร์ปริญาวงศ์ ประธานคริสตจักรภูทับเบิก และเจ้าของ “คานาอันรีสอร์ท” บอกว่า มีพื้นที่ 5 ไร่ สร้างบ้านพักไปทั้งหมด 25 หลัง ใช้เงินลงทุนราว 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสะสมจากการทำไร่กะหล่ำปลี และบางส่วนก็กู้มา รายได้แต่ละเดือนหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4-5 หมื่นบาท ภาษีเข้ารัฐรีสอร์ททั้งหมดไม่เสีย แต่สำหรับคานาอันรีสอร์ทจะหักรายได้ 10% เข้าโบสถ์ เพื่อนำไปช่วยเด็กด้อยโอกาสและดูแลวัฒนธรรม
“ที่บอกว่าเราใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ผมมองว่าคงไม่ถูกต้อง เพราะเราก็ทำการเกษตรและการทำรีสอร์ทก็เป็นรายได้อีกทาง ส่วนข้อกล่าวหาว่าไม่มีระเบียบและโครงสร้างไม่ปลอดภัย อาจเป็นเพราะเราไม่มีความรู้และเข้าใจเรื่องก่อสร้างและยังเป็นมือใหม่ เป็นการคิดกันเอง หรือดูจากที่อื่นและการก่อสร้างในหมู่บ้านก็ไม่เคยต้องใช้วิศวกร และเท่าที่เห็นก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ดินสไลด์ข้างบนนี้” เกียรติชัย กล่าว
การที่รีสอร์ทนับร้อยแห่งบนภูทับเบิกไม่ต้องเสียภาษี สร้างความกังขาให้กับ ประสม ประคุณสุขใจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมาท์เท่นพาร์คสวิสเซอร์แลนด์ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ติดกันอย่างยิ่ง ในฐานะที่เขาซื้อที่ดินอย่างถูกต้อง และจดทะเบียนธุรกิจโรงแรม จ่ายภาษีให้รัฐครบถ้วน
“ผมเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดีกรมสรรพากร ต้องการทราบแนวทางว่า รีสอร์ทเกือบ 1,000 แห่ง ทั้งในเขาค้อและภูทับเบิกที่ไม่เสียภาษี ทั้งที่สามารถเรียกเก็บได้ทำไมถึงปล่อยปละละเลย ในฐานะเป็นผู้ประกอบการ 1 ใน 10 รายในพื้นที่เขาค้อ ซึ่งซื้อที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อเปิดเป็นสถานประกอบการตามกฎหมาย มีความรู้สึกว่าถูกปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน ถูกเรียกเก็บภาษีตลอดเวลา มีค่าใช้จ่ายมากมาย ผิดกับพวกที่ทำผิดกฎหมายและยังได้อภิสิทธิ์ ไม่ต้องไปเสียภาษีหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ให้แก่รัฐ”
ประสม กล่าวว่า ตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ตั้งแต่เริ่มประกอบการก็ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.โรงแรม ซึ่งต้องขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนจึงจะทำธุรกิจได้ ผู้ที่ทำถูกกฎหมายต้องอยู่อย่างยุ่งยาก ส่วนผู้ที่ทำผิดกฎหมายโดยอ้างว่าเป็นเกษตรกรผันตัวมาทำรีสอร์ท จะมาอ้างเป็นเกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายคงไม่ถูกต้อง
ประสม บอกว่า ปัญหาเรื่องที่ดินของภูทับเบิกและเขาค้อคล้ายกัน โดยที่เขาค้อทางกองทัพภาคที่ 3 ขอที่ดินจากกรมป่าไม้เพื่อจัดสรรให้แก่ รอส.ใน 4 ตำบล แต่ที่ภูทับเบิกทางกรมประชาสงเคราะห์ (เดิม) ขอใช้พื้นที่เพื่อให้ชาวเขาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเพื่อการเกษตรกรรม แต่กลับขายหรือให้นายทุนเช่าสร้างรีสอร์ท นอกจากนี้ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดงบเข้าไปตัดถนนในเขตป่า หรือแม้กระทั่งการไฟฟ้ายังสนับสนุนขยายเขตไฟฟ้าไปให้ผู้ประกอบการ ทั้งที่ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ
“ปัญหาของภูทับเบิกระบาดไปจากเขาค้อ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยละเว้นการปฏิบัติ โดยปี 2550 เป็นต้นมามีนายทุนและข้าราชการบางรายเข้ามาซื้อขายที่ดิน ทั้งที่ซื้อขายหรือเช่ากันไม่ได้เพื่อมาทำเป็นรีสอร์ททั้งไม่จดทะเบียนและภาษีก็ไม่ต้องเสีย ที่สำคัญยังทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียหายไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่หลังคาตึกและบ้านพักผุดเต็มไปหมด ถามว่าใครรับผิดชอบ”
ใช่เพียงแต่ฝ่ายผู้ประกอบการ แต่คำถามเหล่านี้เริ่มดังขึ้นๆ ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าแต่การตรวจสอบสิทธิที่ดิน มาตรฐานการก่อสร้าง ยังไร้คำตอบว่า ทำไมรีสอร์ทเหล่านี้ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปจำนวนมากนั้นสร้างรายได้ให้แต่ละรายอย่างงดงาม







