posttoday
เจาะลึกการบริหาร ทรัพยากรบุคคล เตรียมรุกเออีซี (ตอนที่ 1)

เจาะลึกการบริหาร ทรัพยากรบุคคล เตรียมรุกเออีซี (ตอนที่ 1)

01 พฤศจิกายน 2558

บทความที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมรับมือการเข้ามาของคนต่างชาติจากกลุ่มประเทศอาเซียน

โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะไนล์

บทความที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมรับมือการเข้ามาของคนต่างชาติจากกลุ่มประเทศอาเซียน บทความจากนี้ต่อไปผู้เขียนจะให้ความสำคัญกับการส่งพนักงานคนไทยออกไปทำงานที่กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งตอบสนองยุทธศาสตร์เชิงรุกของหลายๆ องค์กร

นักธุรกิจส่วนใหญ่คิดไปทำธุรกิจที่กลุ่มประเทศอาเซียนแถบลุ่มแม่น้ำโขงจะคำนวณการลงทุนและค่าใช้จ่ายในแผนธุรกิจและอัตราการตอบแทนทางการเงิน โดยตั้งสมมติฐานว่าค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนของพนักงานท้องถิ่นของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงจะถูกกว่าค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนในไทยมาก สมมติฐานนี้อาจไม่ถูกต้องทั้งหมดเสียทีเดียว

เนื่องจากการจ่ายค่าจ้างแรงงานของคนท้องถิ่นแถบชายแดนไทยที่ติดกับประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขงจะอ้างอิงอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในไทยเสมอ คนท้องถิ่นเหล่านี้มีทางเลือกเข้ามาทำงานในไทย เพราะการเข้ามาทำงานในไทยปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งคนท้องถิ่นเหล่านี้มีความรู้ในภาษาไทยจนสื่อสารภาษาไทยและภาษาพื้นเมืองของตนได้อย่างดี และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนท้องถิ่นแถบลุ่มแม่น้ำโขงจะมีทักษะภาษาอังกฤษดีกว่าคนไทย โดยเฉพาะการเขียนและการอ่าน ทำให้การจ่ายค่าจ้างให้คนท้องถิ่นเหล่านี้ให้ต่ำกว่าการจ่ายค่าจ้างคนไทยที่มีความสามารถเท่ากันนั้นทำได้ยาก

ปัญหาอีกอย่างคือประชากรในบางประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงหลายเปอร์เซ็นต์ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งทำให้ท่านไม่สามารถระบุอายุคนท้องถิ่นเหล่านั้นได้ อีกประการหนึ่งท่านก็ไม่สามารถขอสำเนาทะเบียนบ้านของคนท้องถิ่นเหล่านั้นได้ จึงทำให้การทำข้อมูลของพนักงานสำหรับคนท้องถิ่นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ท่านจึงต้องจัดระเบียบเรื่องเหล่านี้ให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ ถ้าท่านเปิดโรงงานที่ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อผลิตสินค้าส่งออกให้กับประเทศที่มีกติกาเรื่องสิทธิมนุษยชนแบบเข้มงวด ที่ควบคุมการงดเว้นจ้างแรงงานเด็กแล้วท่านแทบจะต้องเชิญหน่วยราชการของประเทศนั้นมาออกบัตรประชาชนที่โรงงานของท่านเป็นแน่ เพราะท่านไม่สามารถบอกอายุจากการดูหน้าตาของคนท้องถิ่นที่ไม่มีบัตรประชาชนเหล่านั้นได้เลย คนท้องถิ่นแถบนั้นจะมีขนาดตัวเล็ก ทำให้ดูอ่อนกว่าอายุจริงมาก

อีกอย่างหนึ่ง แรงงานบางกลุ่มจะมาทำงานทั้งครอบครัว คือ พ่อ แม่ ลูกวัยเด็กหรือวัยรุ่น และพ่อแม่ก็ไม่สามารถทิ้งให้ลูกอยู่ที่บ้านพักได้ ครอบครัวเหล่านั้นก็จะพาเด็กๆ เข้าไปในบริเวณที่ทำงานด้วย และเพื่อไม่ให้ลูกตนเองเบื่อพ่อแม่ก็มักจะให้ลูกๆ ช่วยทำงานไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีการตรวจการใช้แรงงานจากองค์กรภายนอกก็อาจเกิดปัญหาว่ามีการลักลอบใช้แรงงานเด็กในการทำงานได้

นอกจากนี้ จะพบว่าคนท้องถิ่นของประเทศเหล่านั้น หลายคนเข้ามาเรียนหนังสือและจบวุฒิการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง แม้แต่ปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยแถบจังหวัดชายแดน บางคนก็จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยในประเทศเขา

ปัญหาคือหลายครั้งบริษัทไทยจ้างงานคนไทยที่จบวุฒิเดียวกันกับที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาเดียวกันกับคนท้องถิ่นด้วยเงินค่าจ้างที่แตกต่างกันมาก เพราะหวังว่าจะประหยัดค่าใช้จ่าย โดยบริษัทไทยจะจ่ายค่าจ้างคนไทยด้วยเงินเดือนที่สูงกว่า เมื่อมีประเด็นความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น นายจ้างคนไทยไม่ค่อยจะมีคำตอบที่ดีให้กับพวกเขา จึงสร้างความไม่เสมอภาคกันตั้งแต่วันเริ่มต้นทำงาน

เหตุผลหลักก็หนีไม่พ้นเรื่องการประหยัดเงินค่าจ้าง และปัญหานี้ต้องยอมรับว่ามีมาก นอกจากนี้ การเหลื่อมล้ำยังเกิดจากการที่คนไทยที่ถูกส่งไปทำงานอยู่ที่นั่น มักจะได้บ้านพักพร้อมอาหารและสวัสดิการอื่นๆ มากกว่าคนท้องถิ่นมาก ยิ่งไปเพิ่มความรุนแรงของประเด็นนี้ให้มากขึ้นกว่าที่ควรเป็น

ผู้เขียนจึงแนะนำให้ทบทวนประเด็นเหล่านี้ และการส่งคนไทยไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องเลือกคนไทยที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหนือกว่าคนท้องถิ่นนั้นจริงๆ นอกจากนี้ การวางตัวก็ไม่ควรวางตัวเป็นเจ้านายที่มากเกินไป เพราะการไปทำงานในประเทศบ้านเขา คนไทยต้องมีความถ่อมตัวมากขึ้นกว่าการทำงานในประเทศไทย จึงจะสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรภาพได้

ในบทความต่อไป ผู้เขียนจะนำท่านผู้อ่านไปรับรู้ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจ พร้อมทั้งข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์อีกเช่นเคย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ