posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (20)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (20)

01 พฤศจิกายน 2558

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีความห่วงใยในเรื่องโรคมาลาเรีย จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดกิจกรรมอบรมครูให้รู้วิธี

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีความห่วงใยในเรื่องโรคมาลาเรีย จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดกิจกรรมอบรมครูให้รู้วิธีตรวจเลือดและวิธีรักษาโรคมาลาเรียเบื้องต้น สอนให้นักเรียนรู้เรื่องโรคมาลาเรีย ด้วยการทำหนังสือภาพ บูรณาการกับวิชาอื่นๆ เช่น ทำเป็นโครงการวิทยาศาสตร์ แต่งหนังสือเรื่องโรคมาลาเรีย ด้วยวิธีไปหาข้อมูลและสัมภาษณ์แล้วให้นักเรียนนำมาเสนอหน้าชั้นเรียน เรื่องโรคมาลาเรียนี้ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “...อย่างพูดถึงโรคภัยไข้เจ็บที่ไปพบมาก เช่น โรคมาลาเรียไปถึงเห็บ อุปสรรคอย่างหนึ่งที่การเรียนการสอนทำไม่ได้ เพราะว่านักเรียนก็ป่วยครูก็เป็น บางทีพาไปถึงโรงพยาบาลหมอในท้องที่ก็เป็น เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ต้องทำอะไร ไปเยี่ยมราษฎรก็มีคนปกติมานั่งเฝ้าบ้าง ยืนเฝ้าบ้าง ที่นี้นอนเฝ้าอยู่หลายราย ก็พยายามแก้ไขรักษาป้องกัน...”

ในส่วนของราษฎรโดยทั่วไป ทรงส่งเสริมให้นอนในมุ้งชุบสารไล่ยุง ชนิดที่ตัวยาไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ เช่น สารไพรีทรอยด์ซึ่งสกัดจากไพรีทรัม ปลูกมากที่ดอยอ่างขาง สามารถกำจัดยุงได้ภายใน 2 นาที ชาวบ้านจึงเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า ต้นไม้ไล่ยุง

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพบว่าหนอนพยาธิเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนยังมีปัญหาโภชนาการ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “...เด็กบางคนได้รับความช่วยเหลือเรื่องอาหารมานาน ภาวะโภชนาการยังไม่ดีขึ้น ข้าพเจ้าจึงตั้งสมมติฐานเองว่าอาจจะมีพยาธิแย่งอาหารในท้อง หรือสุขภาพฟันไม่ดี มีหลายชื่อ หลายพันธุ์ หลายลักษณะ บางคนมีพยาธิหลายชนิดในตัว...”

ต่อมาเมื่อทรงพบว่าหนอนพยาธิเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนยังมีปัญหาโภชนาการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงทรงดำเนินโครงการควบคุมโรคหนอนพยาธิ ด้วยความร่วมมือของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนและชุมชนที่เกี่ยวข้อง โดยทรงให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสุขนิสัยที่เหมาะสมแก่นักเรียน เช่น ต้องล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ต้องปรุงอาหารให้สุก ต้องสวมรองเท้า พร้อมทั้งให้นักเรียนและครอบครัวถ่ายพยาธิด้วย

ด้วยความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของราษฎรและมีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในชนบทที่อยู่ห่างไกลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพอนามัยของราษฎร รวมทั้งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหน่วยแพทย์พระราชทานเพื่อออกตรวจรักษาราษฎรในท้องถิ่นที่พระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในแต่ละครั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของราษฎรผู้ด้อยโอกาสและมีฐานะยากจน รวมทั้งเป็นโอกาสที่จะให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยแก่ราษฎรเหล่านั้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหน่วยแพทย์พระราชทานขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2535 และหน่วยแพทย์พระราชทานนี้ได้ออกปฏิบัติงานครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2535 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี อ.อุ้มผาง จ.ตาก และดำเนินการมาจนปัจจุบัน

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (20)

 

ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการป่วยไข้ของราษฎรไว้ดังนี้

“...ตอนที่ไปโดยเสด็จพระราชดำเนินนั้น ส่วนมากก็เห็นในสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงอยู่แทบทั้งนั้น อย่างที่เวลาไปเปิดหน่วยแพทย์ และได้ถามประวัติผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย ได้ซักประวัติแล้วกี่ร้อยกี่พันรายนั้น โดยมากจะเกิดอย่างเดียวกัน คือเมื่อเจ็บไข้แล้ว ที่ทางที่มีอยู่ก็ต้องขายไปเป็นค่ารักษาตัว จากคนที่เป็นชนชั้นปานกลางก็กลายเป็นคนที่ยากจนข้นแค้นเป็นคนเดือดร้อนไป คนเหล่านี้ก็ไม่มีแรงที่จะทำงาน เมื่อไม่มีแรงทำงานก็จน จนก็เหมือนกับเป็นคนขี้เกียจ มันก็เป็นลูกโซ่ไปอย่างนี้ ก็เลยนึกถึงเรื่องสุขภาพอนามัย...”

โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการตรวจรักษาราษฎรและพิจารณารับผู้ป่วยที่ยากจนไว้เป็นผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร หรือสุดแต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านสุขภาพอนามัยควบคู่ไปกับการตรวจรักษา โดยได้มีการดำเนินงาน ดังนี้

1.สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น (งบประมาณพระราชทาน) พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เดินทางไปเตรียมการล่วงหน้ายังสถานที่ที่จะเสด็จฯ

2.จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น โดยการติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์ จัดบอร์ดวิทยาการและมีเอกสารเผยแพร่ความรู้แจกจ่าย

3.ขอความร่วมมือแพทย์อาสาสมัครในท้องถิ่น ไปบริการตรวจรักษาประชาชนที่ป่วยไข้ โดยใช้ยาและเวชภัณฑ์พระราชทาน ณ จุดเสด็จฯ

4.ในกรณีคนป่วยที่ยากจนและจำเป็นจะต้องส่งตัวไปรักษาพยาบาลขั้นต่อไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ โดยมีการทำบัญชีและบันทึกประวัติไว้

5.ขอความร่วมมือตำรวจตระเวนชายแดนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินการส่งตัวคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ไปตรวจรักษา

6.ดูแลและติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร หรือแล้วแต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และมีหน่วยงานร่วมปฏิบัติ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงพยาบาลประจำอำเภอ และ/หรือประจำจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และ/หรือจังหวัด

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพอนามัยของราษฎรจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินงาน “โครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามพระราชประสงค์ สำนักพระราชวังจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2541 และมีคำสั่งแต่งตั้งต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2550 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเรดาร์ จ.กาญจน บุรี ศ.สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในขณะนั้นได้กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตถวายหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อถวายงานตามพระราชประสงค์ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการโครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2541 ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยปฏิบัติการหลักตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยร่วมกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท