posttoday
เปิดแผนระบายน้ำ...สู้ภัยน้ำท่วมซ้ำซาก

เปิดแผนระบายน้ำ...สู้ภัยน้ำท่วมซ้ำซาก

19 กรกฎาคม 2553

ปัญหาเรื้อรังของคนกรุงเทพฯ นอกจากจะต้องเผชิญวิบากกรรมจากการจราจรติดขัดหนักขึ้นทุกวันแล้ว อีกปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ก็คือน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

ปัญหาเรื้อรังของคนกรุงเทพฯ นอกจากจะต้องเผชิญวิบากกรรมจากการจราจรติดขัดหนักขึ้นทุกวันแล้ว อีกปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ก็คือน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

โดย...อาทิตย์ เคนมี

ปัญหาเรื้อรังของคนกรุงเทพฯ นอกจากจะต้องเผชิญวิบากกรรมจากการจราจรติดขัดหนักขึ้นทุกวันแล้ว อีกปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ก็คือน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค.ของทุกปี ซึ่งทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนักถล่มกรุง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขัง ย่อมกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงระบบการจราจรจนกลายเป็นอัมพาตทันที
ต้องยอมรับว่า คนกรุงไม่สามารถหลีกหนีปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เป็นเหตุให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบทุกปี หลายคนสงสัยว่า กทม.มีแนวทางป้องกันและรับมือเรื่องนี้อย่างไรบ้าง สัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ มีคำตอบ...

เขาอธิบายว่า ที่จริงแล้วปัญหาน้ำท่วมใช่ว่าจะไม่มีทางออก แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามลักษณะการขยายตัวและการเติบโตของเมืองใหญ่ ที่ผ่านมา กทม.ไม่ได้นิ่งดูดาย นอกจากต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ยังเตรียมแผนรับมือทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับคนกรุง

เปิดแผนระบายน้ำ...สู้ภัยน้ำท่วมซ้ำซาก ภาพประกอบข่าว

เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ฤดูมรสุม สถานการณ์น้ำฝนใน|ปัจจุบันค่อนข้างมีความเข้มสูง โดยเฉพาะช่วง 15-30 นาทีแรก จะมีปริมาณน้ำฝนสูงเกินศักยภาพในการระบายน้ำที่รองรับได้ไม่เกิน 60 มม.ต่อชั่วโมง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงจะระบายน้ำได้หมด

“คาดว่าฤดูฝนปีนี้จะตกหนักไปถึงเดือน ต.ค. และที่ต้องระมัดระวังคือตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. จะเกิดปรากฏการณ์น้ำเหนือไหลหลากหนุนแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทางสำนักการระบายน้ำได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วม เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หากประชาชนเดือดร้อนโทร.แจ้งได้ที่ 02-248-5115”

ผู้อำนวยการสัญญา กล่าวอีกว่า ในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง กทม.จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วยหน่วยเบสท์ 79 หน่วย รวม 700 คน กระจายกำลังครอบคลุมทั้ง 50 เขต นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประสานงานด้านการจราจร และยังมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในตรอกซอยที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ

ขณะเดียวกัน โครงการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยารวมระยะทาง 77 กม. ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คงเหลืออีกเพียง 2 กม.เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันยังไม่น่าเป็นห่วง น้ำเหนือที่ไหลผ่านลุ่มน้ำเจ้าพระยายังอยู่ในภาวะปกติ ยกเว้นจะเกิดภัยธรรมชาติที่อาจสร้างความเสียหายรุนแรงได้ก็คือ ปรากฏการณ์ “พายุหมุนเขตร้อน” ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่ง ผู้อำนวยการสัญญา ระบุว่า กทม.มีความพร้อมรับมือเต็มที่

“หากเกิดพายุหมุนขึ้นจริงสำนักการระบายน้ำจะมีระบบเรดาร์ตรวจจับและเตือนภัยล่วงหน้าว่ามีความรุนแรงระดับใด จะเคลื่อนผ่านทิศทางไหน และจะกระทบต่อพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งจะมีการประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมอุทกศาสตร์อย่างใกล้ชิด” ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าว

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีสัญญาณความรุนแรง แต่ กทม.ได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้วก็คือ การขุดลอกท่อระบายน้ำในตรอกซอยต่างๆ ระยะทาง 6,466 กม. ปีนี้ได้ขุดลอกไปแล้ว 3,785 กม. รวมทั้งมีการจัดเก็บวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำไหลตามคูคลองต่างๆ กว่า 1,012 คลอง รวมระยะทาง 1,425 กม. ซึ่งดำเนินการไปแล้วถึง 80%

ส่วนการเตรียมสูบน้ำออกจากพื้นที่ กทม.มีสถานีสูบน้ำ 157 แห่ง ประตูระบายน้ำ 214 แห่ง บ่อสูบน้ำ 180 แห่ง และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่อีก 1,069 เครื่อง ซึ่งสูบน้ำออกเจ้าพระยาได้ในอัตรา 1,531 ลบ.ม.ต่อวินาที

ผู้อำนวยการสัญญา บอกว่า การแก้ปัญหาในระยะยาว กทม.ต้องเร่งพัฒนาระบบระบายน้ำให้สอดรับกับทิศทางการขยายตัวของเมือง ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังตามหลังอยู่มาก

“ในระยะยาวอาจต้องมีการศึกษาผังเมืองและออกแบบระบบระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อรองรับพื้นที่ที่จะกลายเป็นแหล่งชุมชนเมืองในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกและปริมณฑล ตราบใดที่เมืองยังขยายตัวอยู่ก็จะต้องพัฒนาระบบระบายน้ำไปพร้อมๆ กัน” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผู้อำนวยการสัญญา พบว่า ความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมลดน้อยลง จากเดิมที่เคยท่วมนานถึง 5 ชั่วโมง ปัจจุบันลดเหลือเพียง 1-2 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป

“สิ่งที่น่ากังวลมากก็คือ การทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง เพราะที่ผ่านมาเราพบว่าขยะที่จัดเก็บขึ้นมาจากแม่น้ำคูคลองมีปริมาณเฉลี่ยวันละหลายร้อยตัน บางคนทิ้งฟูกที่นอนลงไปทั้งอัน บางครั้งเจอยางรถยนต์ไปติดเครื่องสูบน้ำ” ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าว

สิ่งสำคัญการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นอกจากประชาชนจะเป็นฝ่ายรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐแล้ว ทุกคนจะต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมด้วย

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า