
2พรรคค้านระบบเลือกตั้งมีชัย
อ้างจำกัดสิทธิ-เปิดช่องซื้อเสียง กรธ.รื้อองค์กรอิสระเพิ่มกกต.
อ้างจำกัดสิทธิ-เปิดช่องซื้อเสียง กรธ.รื้อองค์กรอิสระเพิ่มกกต.
พท.-ปชป.ไม่เอาระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ชี้ไม่สะท้อนความต้องการประชาชน
นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ระบบเลือกตั้งที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดเรื่องระบบการเลือกตั้ง โดยให้นำคะแนนผู้สมัครเลือกตั้ง สส.ที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ไปนับเป็นคะแนน สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้น จะมีปัญหาทั้งเรื่องหลักการและวิธีปฏิบัติคือการให้กาบัตรเดียวอาจเป็นการจำกัดสิทธิประชาชนที่จะเลือกผู้สมัครหรือพรรคที่ชอบ เพราะในทางปฏิบัติประชาชนอาจไม่ชอบผู้สมัคร แต่ชอบพรรค ดังนั้นการให้กาบัตรเดียวไม่สนับสนุนระบบพรรคการเมือง เพราะผู้เลือกตั้งไม่สามารถเลือกพรรคที่ชอบได้
“ที่บอกว่าระบบการเลือกตั้งที่เสนอใหม่เพื่อไม่ให้คะแนนแต่ละคะแนนสูญเปล่านั้น จะทำให้เกิดผลในทางตรงข้าม เพราะคะแนนของพรรคที่ชนะเลือกตั้งในเขตไม่ถูกนำมาคำนวณเพื่อกำหนด สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้นขอตั้งคำถามว่าระบบใหม่นี้มีความย้อนแย้งในตัวเองหรือไม่” นายนพดล กล่าว
ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การใช้สูตรเลือกตั้งแบบนี้ อาจไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน เพราะถ้ามี สส. 2 ระบบ ควรให้ประชาชนเลือกได้ 2 ระบบ เพราะการให้ลงเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียวอาจจะเกิดปัญหา เช่น ประชาชนเลือก สส.เขตที่ชื่นชอบ แต่ไม่ชอบพรรค คะแนนที่เลือกก็ต้องนำไปให้พรรคที่ไม่ได้ชอบด้วย จึงอยากให้ กรธ.ทบทวนให้ดี อาจไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้เลือก
“หากจะบอกว่าระบบนี้ง่ายรวดเร็ว ผมว่าไม่ง่าย ผมกังวลว่าเปอร์เซ็นต์ซื้อเสียงจะรุนแรงสูงมาก ถ้าเทียบกับระบบเยอรมัน ซึ่งถ้าจะใช้ระบบดังกล่าวก็ไม่ควรมีระบบบัญชีรายชื่อ แต่ถ้ายังคงให้มีระบบนี้ก็ควรเปลี่ยนรูปแบบ” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
ด้านที่ประชุม กรธ.ได้พิจารณาเกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าควรเพิ่มจำนวนของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มี 7-9 คน จากเดิมที่มีอยู่ 5 คน เพื่อรองรับภาระงานในอนาคต พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบการมีมติในเรื่องสำคัญต้องใช้มติเอกฉันท์ เปลี่ยนเป็นใช้เสียงข้างมากเพื่อป้องกันนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ กกต.
ขณะเดียวกัน ให้ยุบการทำงานของ กกต.ที่แบ่งเป็น 5 ด้าน ให้เป็นองค์กรที่รับผิดชอบร่วมกัน และสามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ภายใน 1 เดือน ในกรณีที่ผู้สมัครถูกใบเหลือง รวมทั้งที่ประกาศผลแล้วก็สามารถยกเลิกมติการรับรองแล้วสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี ส่วนการให้ใบแดง กรธ.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ
สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทาง กรธ.ได้ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ให้พิจารณาจัดลำดับการทำงาน โดยให้ตรวจสอบคดีทางการเมืองเป็นลำดับแรก และต้องใช้เวลาไม่นาน ส่วนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ปรับปรุงการทำงาน โดย สตง.ต้องรายงานผลการตรวจสอบให้ คตง. ไม่ใช่รายงานประธานเพียงคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา







