
แอฟริกาใต้ ต้นแบบของการปองดองแห่งชาติ (ตอนจบ)
....สุเทพ กล่ำทวี&<2288;
สัปดาห์ที่แล้วกล่าวถึงแผนปรองดองแห่งชาติในแอฟริกาใต้ คราวนี้มาดูต่อกันว่าต้นแบบแห่งการปรองดองนี้จะนำมาใช้ในประเทศไทยได้อย่างไร
ถึงแม้ว่าแอฟริกาใต้จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่แอฟริกาใต้ก็ยังคงเป็นเหมือนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ คือ ยังต้องเผชิญกับการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมืองบางพวก การลดปัญหาอาชญากรรม การพัฒนาถนนหนทางและสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาด้านการศึกษาให้แก่ชาวผิวดำซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้อ่านออกเขียนได้และคิดเป็น และอีกปัญหาที่กำลังทำท่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้แก่ ปัญหาการต่อต้านและเกลียดพวกต่างชาติ (Xenophobia Problem)
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น การสร้างความปรองดองแห่งชาติในแอฟริกาใต้จึงน่าจะถูกนำมาเป็นต้นแบบแห่งการปรองดองในประเทศไทย ที่บรรดาผู้นำทางการเมืองต่างกำลังใช้นโยบายดังกล่าวเรียกคะแนนความเชื่อมั่นและความศรัทธาในหมู่คนไทย ทั้งที่มีความรู้ (อย่างเพียงพอที่จะคิดเป็นและคิดทันนักการเมือง) และที่มีความรู้ (แต่ไม่เพียงพอที่จะคิดเป็นหรือคิดทันนักการเมือง)
สิ่งที่อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตไว้ในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยใช้กรอบของการปรองดองในแอฟริกาใต้คือ 1) ผู้นำระดับสูงทางการเมืองของไทยมีความตั้งใจจริงมากน้อยแค่ไหนในการเห็นแผนปรองดองแห่งชาติ การจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ให้ทำงานไม่ได้หมายความว่า การทำแผนปรองดองแห่งชาติจะประสบผลสำเร็จเสมอไป
2) สถานการณ์บ้านเมืองของไทยอยู่ในระดับที่จะสามารถเดินหน้าสร้างแผนปรองดองหรือยัง ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่เป็นปกติ หรือคงยังมีการใช้ความรุนแรงกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีการตั้งคณะกรรมการหลายร้อยชุดเพื่อทำงาน ก็คงจะไม่สามารถทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้
3) ในแอฟริกาใต้แผนการสร้างความปรองดองเป็นแผนที่เสนอและดำเนินการโดยผู้นำของชนส่วนใหญ่ของประเทศ อันได้แก่อดีตประธานาธิบดีนายเนลสัน แมนเดลา และได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้าจะหันมาถามถึงการสนับสนุนแผนปรองดองของคนไทยก็คงจะต้องกลับไปคิดกันใหม่ว่าเสียงสนับสนุนเพียงพอจริงหรือเปล่า การได้รับการสนับสนุนจากเพียงแค่บรรดานักวิชาการหรือผู้คนที่มีภาพลักษณ์ที่ดี จะเป็นเสียงสนับสนุนที่เพียงพอหรือเปล่า
4) รัฐบาลไทยมีงานที่จะต้องทำมากมายก่อนที่แผนปรองดองแห่งชาติจะคลอดเป็นรูปเป็นร่าง โดยเฉพาะการที่จะต้องทำอย่างไรให้บรรดาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเห็นด้วยกับแผนปรองดอง ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองยังคงก่อกวน หรือพยายามสร้างมาตรการใดๆ ก็ตามที่จะทำให้แผนปรองดองเป็นหมัน การทำงานของรัฐบาลและทุกฝ่ายจะมีความลำบากมากยิ่งขึ้น
5) รัฐบาลและคณะทำงานทุกชุดจะต้องสร้างมาตรการใดๆ ก็แล้วแต่ที่จะสามารถดึงเอาตัวแทนของประชาชนทุกภาคส่วนมาร่วม ทั้งในกระบวนการจัดทำและร่วมรับผิดชอบในแผนปรองดอง ถ้ายังคงนั่งประชุมและคิดกันเองเหมือนที่เคยทำมา โอกาสที่จะเห็นแผนปรองดองคงจะริบหรี่
6) ถึงเวลาหรือยังที่สังคมไทยจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ เสียทีว่า เราควรจะต้องมีบุคคลระดับผู้นำประเทศเป็นผู้กล้าหาญและเสียสละเพื่อประเทศจริงๆ อย่างนายเนลสัน แมนเดลา







