
ตลาดนักท่องเที่ยวใหม่
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
ประเทศที่กำลังมีอัตราฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดได้ในอนาคตอันไม่ไกลนี้ หลังจากที่ต้องตกอยู่ในสภาพที่ถูกแทรกแซงแบบโลกล้อมประเทศด้วยเหตุผลทางการเมืองในอดีตมาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน คือ เมียนมา และอิหร่าน ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ผมเชื่อว่ามีความน่าจะเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงสำหรับประเทศไทยครับ เพราะนอกเหนือจากที่อยู่ในทวีปเอเชียด้วยกันแล้ว ทั้งเขาทั้งเราต่างก็มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ มีความรุ่งเรือง มีสัมพันธไมตรีต่อกันอย่างดี เมียนมานั้นเป็นที่ทราบกันอยู่ว่าประเทศเรากับเขาต่างมีความเกี่ยวพันกันตลอดมาทั้งในด้านการค้า การปกครอง และมิเว้นในการศึกสงครามระหว่างกันเป็นเวลาหลายศตวรรษ สำหรับอิหร่านผู้ที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์ทุกท่านต่างก็ทราบดีว่า ชาวเปอร์เซียหรืออิหร่านได้เข้ามาทำการค้ากับประเทศไทยตั้งแต่ยุคสมัยอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้มีชาวเปอร์เซียเข้ามารับราชการเป็นขุนนางหลายต่อหลายท่าน รวมทั้งในยุครัตนโกสินทร์ เจ้านายระดับสูงคือท่านเจ้าจอมมารดาเรียมหรือสมเด็จพระศรีสุลาไลย พระราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ท่านก็มีเชื้อสายของชาวเปอร์เซียจากฝ่ายพระมารดาคือคุณหญิงเพ็ง ซึ่งมีบิดาเป็นมุสลิมสุหนี่ชื่อพระยาราชวังสัน สืบเชื้อสายมาจากท่านสุลต่านสุลัยมานที่พำนักอยู่ใน จ.สงขลา
ตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากสองประเทศนี้ต่างก็มีสายการบินตรงเข้าไทย มีความสะดวกสบายในการเดินทางมากพอสมควร ชาวอิหร่านอาจจะต้องเดินทางไกลกว่าชาวเมียนมาด้วยสายการบินของเขาเอง เพราะสายการบินไทยเรายังไม่ได้เปิดเส้นทางบินเข้า-ออกอิหร่านโดยตรง ในขณะที่เรามีทั้งสายการบินปกติและโลว์คอสต์เข้าไปในหลายเมืองในเมียนมาแล้ว
อย่างไรก็ดี หากดูจากสถิติตัวเลขทางการท่องเที่ยวแล้วจะเห็นว่า นักท่องเที่ยวจากอิหร่านเข้าไทยอาจจะมีไม่มากนักเพียงแค่หลักหมื่นไม่ถึงแสนคนในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงปี 2012 ที่ประเทศอิหร่านถูกแทรกแซงอย่างหนักในทางการเมืองและการค้าจากนานาชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยลดหายไปเกือบครึ่ง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันที่นโยบายทางการทูตของอิหร่านมีการผ่อนปรนยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้สามารถพูดคุย หารือ และหาช่องทางผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศในประชาคมยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่กำลังดำเนินการลดละการแทรกแซงต่างๆ ในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านการค้า การเงิน การคลัง ทำให้อิหร่านเริ่มมีเสถียรภาพความมั่นคงทางเศรษฐกิจดีขึ้นมาก ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นผลให้ชาวอิหร่านจะมีกำลังซื้อทางการท่องเที่ยว สามารถที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยของเราก็เป็นดินแดนจุดหมายปลายทางแห่งหนึ่งที่ชาวอิหร่านปรารถนามาเยี่ยมเยียน ทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ ในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต อีกทั้งการตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลชั้นนำของไทย
สำหรับเมียนมานั้นจากสถิติการเดินทางเข้าไทยมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2557 มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยว นักเดินทาง คนผ่านแดน ในอัตราเกือบ 20% จากหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นคนมาอยู่ในระดับสองแสนคน ส่วนในปี 2558 นั้นหากนับจำนวนจากไตรมาสแรกถึงสิ้นสุดไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 23% เลยทีเดียว นักท่องเที่ยว
เมียนมาทั้งประเภทเดินทางอิสระ เดินทางแบบหมู่คณะ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต่างก็นิยมมาประเทศไทยครับ ว่ากันจริงๆ นักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศนี้ทั้งเมียนมาและอิหร่านต่างก็ยกให้ประเทศไทยของเราเป็น Luxury Destination ทีเดียวครับ หรือหากจะเรียกกันแบบไทยๆ เราก็หมายถึงดินแดนในฝันของพวกเขาครับ
ในด้านความพร้อมการรองรับนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศนี้ ด้านสถานที่พักไม่มีปัญหาอะไรเพราะบ้านเราในทุกภูมิภาคต่างก็มีสถานที่พักในทุกระดับความต้องการ ตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดีและเพียงพอ หากจะมีปัญหาอยู่บ้างก็น่าจะเป็นเรื่องการจราจรที่ติดขัดในบ้านเรา กับเรื่องข้าวปลาอาหารโดยเฉพาะชาวอิหร่านที่เกือบทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งในปัจจุบันอาหารฮาลาลในบ้านเรายังไม่มีร้านอาหารประเภทนี้มากเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ ส่วนพี่น้องชาวเมียนมานั้นปัญหาเรื่องอาหารดูจะมีน้อยมากเพราะวัฒนธรรมในการบริโภคอาหารค่อนข้างใกล้เคียงกับคนไทยเป็นส่วนใหญ่
ปัญหาอีกประการที่สำคัญ คือ เรื่องการสื่อสารในด้านภาษา โดยเฉพาะชาวอิหร่านส่วนใหญ่ไม่ใช่คนอาหรับ ชาวอิหร่านใช้ภาษาฟอร์ซีในการสื่อสาร ซึ่งอาจเป็นเรื่องไม่ง่ายนักในการสื่อสารระหว่างภาคบริการของเรากับนักท่องเที่ยวชาวอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดีทั้งนักท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาได้ดีพอสมควร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นั้นประเทศเรามีหลากหลายมากพอที่จะสร้างความประทับใจ นักท่องเที่ยวเหล่านี้เดินทางซ้ำหรือกลับมาอีกได้แบบสบายๆ เลยครับ
หน่วยงานภาครัฐควรจะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้ธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างไทยกับเมียนมา และไทยกับอิหร่านให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพยั่งยืน อาทิ อำนวยความสะดวกในเรื่องวีซ่าโดยเฉพาะชาวอิหร่าน เปิดและเพิ่มสายการบินตรงจากทั้งสองประเทศนี้เข้า-ออกไทยให้มากขึ้น ทั้งจากเมืองหลวง เมืองท่า หรือเมืองที่จะมีศักยภาพทั้งในการดำเนินธุรกิจและท่องเที่ยวในอนาคต ให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยในด้านข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างประเทศในอนาคต รวมถึงช่วยเหลือหาแนวทางในการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อกิจการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต และขอความร่วมมือในการสนับสนุนด้านนโยบายในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน เป็นต้น







