posttoday
แรงกระตุ้นนโยบายการคลัง (3)

แรงกระตุ้นนโยบายการคลัง (3)

30 ตุลาคม 2558

โดย...ธิติ เกตุพิทยา

โดย...ธิติ เกตุพิทยา

จากการเทียบ Fiscal Stance ที่เปลี่ยนไปพบว่า ในปี 2558 จะมีแรงกระตุ้นทางการคลังลดจากปี 2557 ร้อยละ 0.7 ต่อ GDP ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรายได้จัดเก็บปีงบประมาณ 2558 ที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายไม่มากเท่ากับปีงบประมาณ 2557

ขณะที่บทบาทรัฐวิสาหกิจยังน้อย เพราะโครงการลงทุนใหม่ยังไม่คืบหน้า แม้การใช้จ่ายรัฐบาลกลางทั้งในและนอกงบประมาณจะเร่งขึ้นมากก็ตาม

ประมาณการรายได้ตามเอกสารงบประมาณปี 2558 อยู่ที่ 2.325 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 3.5-4.5

แต่ในปี 2559 คาดว่าแรงกระตุ้นภาคสาธารณะจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 ต่อ GDP จากการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีแบบขาดดุลสูงขึ้น การเบิกจ่ายเงินกู้นอกงบประมาณตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 และการเริ่มก่อสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่จะเริ่มทำโครงการใหม่บางส่วนได้

เครื่องชี้แรงกระตุ้นทางการคลังภาคสาธารณะทั้ง 3 ชนิด สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังที่ช่วยลดความผันผวนของเศรษฐกิจมาได้ตลอดในช่วงที่ประเทศเผชิญกับปัจจัยผลกระทบทั้งภายนอกและภายใน และจะมีแรงส่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีงบประมาณ 2559 จากบทบาทของรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจเป็นสำคัญในการเร่งดำเนินโครงการลงทุน โครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่

เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิผลของมาตรการเร่งใช้จ่ายต่อเศรษฐกิจ จากส่วนแรกที่ได้ประเมินแรงกระตุ้นภาคการคลังในภาพรวม ในส่วนนี้จะประเมินผลของแรงกระตุ้นภาครัฐต่อในระดับจุลภาค เพื่อให้ทราบว่าการใช้จ่ายของรัฐในแต่ละประเภทจะให้ผลประโยชน์กับใครและสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจเท่าไร

มาตรการทางการคลังในปีงบประมาณ 2558-2559 ตั้งแต่กลางปี 2557 รัฐบาลมีความพยายามที่จะใช้เครื่องมือทางการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะเร่งใช้จ่ายงบประมาณปี 2558-2559 แล้ว ยังมีมาตรการใช้จ่ายลงทุนนอกงบประมาณที่เน้นโครงการขนาดเล็กเพื่อให้เบิกจ่ายได้เร็ว ตลอดจนสร้างความชัดเจนให้กับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยสามารถสรุปภาพรวมมาตรการได้ ดังนี้

 ด้านรายจ่ายของรัฐบาล มาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี รัฐบาลออกมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินปีงบประมาณ 2558 โดยกำหนดให้หน่วยงาน (1) เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ก่อนที่ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีประกาศใช้ ซึ่งต่างจากปีก่อนๆ ที่จะเริ่มกระบวนการหลัง พ.ร.บ.ฯ ประกาศใช้

(2) เร่งผูกพันสัญญาให้แล้วเสร็จตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ รวมทั้งได้ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้การเบิกจ่ายมีความคล่องตัวขึ้น

มาตรการดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานเร่งผูกพัน สัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้สูงตั้งแต่ต้นปี และเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้เร็ว

โดยปกติกระบวนการผูกพันสัญญาเริ่มได้ช้า ขั้นตอนก่อสร้างจึงมักเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ ซึ่งจะมีอุปสรรคในช่วงฤดูฝน ทำให้ก่อสร้างไม่เสร็จภายในปีงบประมาณ ต้องเลื่อนไปทำต่อปีถัดไป ส่งผลให้การเบิกจ่ายในปี 2558 ขยายตัวสูง โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุนที่ส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านคมนาคม และชลประทาน 3 หน่วยงานลงทุนหลัก คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน

ในปีงบประมาณ 2558 หน่วยงานเหล่านี้สามารถก่อหนี้ผูกพันในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2558 สูงถึงร้อยละ 63 เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี ที่ร้อยละ 51 ของวงเงินงบประมาณ

ต่อมารัฐบาลได้ออกมาตรการลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีกในปีงบประมาณ 2559 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2558 จึงคาดว่าจะช่วยให้หน่วยงานเบิกจ่ายได้ดีเช่นเดียวกับในปีงบประมาณ 2558

เมื่อพิจารณาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่ 1 ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 3 เดือนแรก รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2557

(1) สร้างงานระยะสั้นผ่านการนำเงินส่วนที่เหลือจากปีงบประมาณก่อน 7.8 พันล้านบาท และเงินเหลือจ่ายจากโครงการไทยเข้มแข็ง 15.2 พันล้านบาท มาเร่งใช้จ่ายในโครงการซ่อมสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างของภาครัฐทั่วภูมิภาค

(2) เพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลมีมาตรการชดเชยรายได้ให้ชาวนาและชาวสวนยางพาราวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท และ 8.5 พันล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมาก โดยเฉพาะข้าวและยางพารา

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 โครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน ในวันที่ 17 มี.ค. 2558 รัฐบาลเห็นชอบแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน วงเงิน 7.8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดกลางและเล็ก ดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560 ผ่าน 3 หน่วยงานหลัก คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน

ไว้ตอนหน้าเรามาดูว่างบเหล่านี้กระตุ้นได้แค่ไหน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี