
จับตา ม.44 เร่งรถไฟไทย-จีน-ญี่ปุ่น
หลัง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หลัง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งราชอาณาจักรไทย
ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า การใช้มาตรา 44 จะมีส่วนเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ลดขั้นตอนการพิจารณาในส่วนของคณะกรรมการต่างๆ ที่จะจัดตั้งขึ้นมา เพราะกระบวนการเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กระบวนการอนุมัติโครงการส่วนใหญ่ใช้เวลาค่อนข้างนาน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายกฯ จะให้เร่งรัดการลงทุนโดยเร่งด่วน แต่การเปิดประมูลโครงการจัดหาผู้รับเหมาไปจะต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ เพื่อทำให้การดำเนินการโปร่งใส แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่รายละเอียดค่อนข้างมาก
ออมสิน กล่าวว่า โครงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถใช้มาตรา 44 เร่งรัดได้ ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าที่ปัจจุบันได้ทำการออกแบบแล้วเสร็จอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาของคณะกรรมการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)
“โครงการรถไฟฟ้าทั้งสองโครงการ หากทำตามกระบวนการคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในปี 2559 แต่ถ้าใช้มาตรา 44 ก็อาจจะขยับให้เร็วขึ้นได้ เช่นเดียวกับการจัดหาเอกชนมาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ–ท่าพระ ที่ขณะนี้การก่อสร้างงานโยธาคืบหน้าแล้ว 65% ซึ่งอาจจะเร่งรัดในขั้นตอนคณะกรรมการพีพีพี และเปิดประมูลเดินรถภายในปีนี้” ออมสิน กล่าว
ออมสิน ระบุว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีหลายโครงการที่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 เร่งรัดได้ เช่น โครงการรถไฟทางคู่เฟสแรก 6 โครงการ ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางที่อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) 3 โครงการ คือ เส้นมาบกะเบา-ชุมทางจิระ นครปฐม-หัวหิน และลพบุรี-ปากน้ำโพ เพราะการก่อสร้างอยู่ในแนวรถไฟเดิม
นอกจากนี้ โครงการที่ รฟท.จะต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะสามารถเร่งรัดในขั้นตอนใดได้บ้าง เช่น รถไฟความเร็วสูงเส้น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นกรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง และเส้นกรุงเทพฯ-หัวหิน รวมถึงรถไฟความเร็วปานกลางไทย-จีน
พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เสนอโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ให้กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้ว เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพีพีพีพิจารณาเปิดให้เอกชนร่วมทุนต่อไป ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ จะต้องจัดทำอีไอเอเพิ่มเติม
ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบการทุจริต ภายใต้คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการวันที่ 30 ต.ค. จะมีการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณามาตรการตรวจสอบการทุจริตโครงการที่มีความเสี่ยงสูงในหน่วยงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่
“การใช้มาตรา 44 เร่งรัดการลงทุนทำได้ แต่ต้องมีมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือหาประโยชน์” ต่อตระกูล ระบุ







