posttoday
หงายไพ่ ยื้ออยู่ยาว  วัดใจ สกัดเกมป่วน

หงายไพ่ ยื้ออยู่ยาว วัดใจ สกัดเกมป่วน

30 ตุลาคม 2558

หงายไพ่ใบสำคัญกลางที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย แบบตรงไปตรงมาตามสไตล์ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการปูทางพร้อมลากยาวอยู่ในอำนาจต่อ ​หาก​ปัญหายังไม่จบสิ้น

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หงายไพ่ใบสำคัญกลางที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย แบบตรงไปตรงมาตามสไตล์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงการปูทางพร้อมลากยาวอยู่ในอำนาจต่อไป​หาก​ปัญหาที่เป็นอยู่ยังไม่จบสิ้น 

“ฝ่ายการเมืองไม่ต้องระแวงผมหรอกครับ บอกกันตลอดว่าผมจะอยู่ในอำนาจต่อ แต่บอกไว้ว่าถ้าไม่สงบเรียบร้อยผมก็ต้องอยู่ เอาอย่างนี้ไหมจะได้พูดกันให้รู้เรื่องเสียที อยู่ที่พวกท่านนั่นแหละ ถ้าไม่เลิกกันก็อยู่กันอย่างนี้ ปิดประเทศก็ปิดกันไป แล้วถ้าเอาประชาชนมาเมื่อไหร่ พวกแกนนำและคนพูดมากๆ จะโดนก่อน ผมมีอำนาจของผมอยู่”

​เรียกได้ว่าเป็นข้อความที่ต้องการส่งตรงไปยัง “กลุ่มป่วน” ให้ได้ยินกันแบบไม่ตกหล่นผ่านที่ประชุมร่วมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ​

นอกจากจะต้องการให้แม่น้ำ 5 สาย ร่วมแรงร่วมใจเดินหน้าสู่เป้าหมาย “ปฏิรูป” และ “เลือกตั้ง”

ดังจะเห็นสัญญาณที่กล่าวในที่ประชุมวันนั้น ว่า “วันนี้แม่น้ำ 5 สาย ต้องร่วมกันทำงาน ถ้าตายต้องตายตกไปตามกัน แต่อยากให้สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน นำประเทศไปสู่ความมั่งคั่งมั่นคง ขอโทษที่วันนี้มันแรงไปหน่อย หนักไปนิด แต่มันอยู่ในใจผมที่สะสมทุกวันเกือบ 2 ปี เสาร์อาทิตย์ทีไรอึดอัดทุกที เพราะสั่งงานใครลำบาก วันนี้นายทุกคนรับคำสั่งผมไป ต้องไปสั่งต่อ”

อีกด้านหนึ่งยังต้องการส่งสัญญาณเตือนไปถึงกลุ่มการเมืองหรือผู้ที่คอยจ้องจะสร้างสถานการณ์สร้างความปั่นป่วนต้องคิดหนัก ​หากผลลัพธ์สุดท้ายต้องกลับกลายเป็น “เงื่อนไข” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยิบยกมาเป็นข้ออ้างอยู่ยาวเกินโรดแมป 20 เดือน

แม้ส่วนหนึ่งจะมองว่านี่เป็นเพียงแค่ “คำขู่” เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศโรดแมปเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใน 20 เดือน กลางที่ประชุมสหประชาชาติช่วงเดือนที่ผ่านมา จนเสมือนเป็นสัญญาประชาคมที่ประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้

​แต่ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หัวหน้า คสช.ร่ำจะอยู่ในอำนาจต่อไป เพื่อสะสางทุกอย่างให้เรียบร้อยไม่ให้การรัฐประหารรอบนี้ต้อง “เสียของ” 

น้ำหนักคำพูดรอบนี้ที่ปูทางเผื่อสำหรับอยู่ในอำนาจต่อไป จึงมีความเป็นได้สูง ยิ่งหากมี “ข้ออ้าง” ให้ต้องอยู่สะสางปัญหารายทางมากมายหลายเรื่อง ที่สุ่มเสี่ยงจะนำไปสู่ความขัดแย้ง และอาจเป็นชนวนสร้างปัญหาต่อไปในอนาคต

ที่สำคัญเริ่มมีบางกลุ่มออกมาส่งเสียงฮึ่มฮั่มเตรียมคัดง้างกับ คสช. สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ทุกอย่างที่ คสช.พยายามทำมาทั้งหมดต้องพังทลายลงไปก่อนจะเห็นผลได้  ดังนั้นจำเป็นต้องรีบหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม​

เริ่มตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่าง “รัฐธรรมนูญ” ​ซึ่งเริ่มออกตัวก็มีเสียงสะท้อนไม่เห็นด้วยจากบางฝ่าย โดยเฉพาะระบบเลือกตั้ง ​ที่แม้จะคิดค้นสูตรใหม่​ แต่เป้าหมายกลับถูกดักคอว่าทำให้พรรคใหญ่อ่อนแรง ไม่ต่างจากฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  ​

ยังไม่รวมกับแนวโน้มที่คาดว่าจะคงอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เอาไว้ แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้รัดกุมและลดแรงต้าน ทั้งที่เนื้อหาสุดท้ายยังถูกมองว่าเปิดทางต่อท่ออำนาจในอนาคต ​

ที่สำคัญร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังต้องชี้ขาดที่การทำ “ประชามติ” ห้วงเวลาที่ต้องเปิดให้ทุกฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์เนื้อหารัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ จึงเป็นห่วงเวลาที่เปราะบางให้กลุ่มต่างๆ เข้ามา​ขย่มรัฐบาล คสช.ได้ง่ายดาย

แถมยังจะเปิดให้กลุ่มมือที่สาม หรือคลื่นใต้น้ำใช้จังหวะนี้ผสมโรงสร้างความปั่นป่วนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเตรียมเดินหน้าสู่โหมดเลือกตั้ง ซึ่งจะยิ่งเติมเชื้อให้บรรยากาศเวลานั้นวุ่นวายหนักขึ้น

ยังไม่รวมกับ “เผือกร้อน” เรื่องการสลายความขัดแย้งสร้างความปรองดอง ที่ถูกดองไว้เรื่อยมาเพราะกระบวนการส่วนหนึ่งต้องไปเกี่ยวข้องกับการ “นิรโทษกรรม” ที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่หากเข้าไปปลดชนวนเมื่อไหร่อาจระเบิดได้ทุกเมื่อ

ดังจะเห็นได้จากท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ ​ที่กางปฏิทินดันเรื่องนี้ไว้อยู่ปลายโรดแมป พร้อมขีดเส้นให้จบสิ้นภายในปี 2560 เริ่มจากกระบวนการ

อีกทั้งหากส่องดูขั้นตอน แต่ละคดีจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในปี 2559 ​เป็นต้นไป น่าจะเพิ่มอุณหภูมิให้บรรยากาศการเมืองกลับคุกรุ่นมากขึ้น

“ผมจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในทุกคดี ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องการทุจริตต่างๆ ก็จะเข้าทั้งหมด จากนั้นก็ค่อยดำเนินการโดยใช้กฎหมายปกติ แต่ต้องรีบดำเนินการไม่เช่นนั้นจะเข้าคิวกันเยอะ ทุกพวกทุกสีทั้งหมดก็ขอให้ไปสู้กันในชั้นศาลให้เรียบร้อย”​

ท่าทีชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจนว่าต้องการเห็นผลของแต่ละคดีในช่วงปี 2559 เพื่อจะได้เป็นก้าวต่อไปสำหรับการเดินหน้า “ปรองดอง”

ไม่ว่าจะด้วยการนิรโทษกรรมหรือวิธีไหนก็ตาม เมื่อเวลานี้มีธงที่ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ ไม่นิรโทษกรรมแบบ “เหมาเข่ง” ​ แยกคดีทุจริต คดีการเมือง คดีอาญา ​

ปัญหาที่ห่วงกันคือการเตรียมหยิบยกผลของบางคดีของบางสีเสื้อหรือกลุ่มการเมืองมาขยายผลว่าเป็นการกลั่นแกล้งพร้อมปลุกมวลชนมาต่อต้าน คสช.​

ดังจะเริ่มเห็นท่าทีของกลุ่มเสื้อแดงที่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังสงบเงียบไปพักใหญ่หลังรัฐประหาร ส่วนกระแสนี้จะจุดติดจนสั่นคลอนเสถียรภาพ คสช.หรือไม่ ยังบอกได้ยาก

ก้าวย่างนับจากนี้ล้วนเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงที่จะต้อง “วัดใจ” ว่ากลุ่มป่วนหรือกลุ่มต้านจะกล้าออกมาสร้างปัญหาขย่ม คสช.หรือไม่

หลัง “บิ๊กตู่” หงายไพ่เตรียมขอเวลาอีกไม่นานเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท