posttoday
สนช.แถลงเปิดคดีถอดถอน"สมศักดิ์"รวยผิดปกติ

สนช.แถลงเปิดคดีถอดถอน"สมศักดิ์"รวยผิดปกติ

29 ตุลาคม 2558

สนช. พิจารณาแถลงเปิดคดีถอดถอน "สมศักดิ์"รวยผิดปกติ "ปปช."โชว์ใบเสร็จก่อสร้างมัดสร้างบ้านช่วงเป็นรมต. "สมศักดิ์"งัดแผนที่ทหารสู้ ยันสร้างเสร็จก่อน

สนช. พิจารณาแถลงเปิดคดีถอดถอน "สมศักดิ์​"รวยผิดปกติ "ปปช."โชว์ใบเสร็จก่อสร้างมัดสร้างบ้านช่วงเป็นรมต. "สมศักดิ์"งัดแผนที่ทหารสู้ ยันสร้างเสร็จก่อน

วันที่ 29 ต.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระแถลงเปิดสำนวน ถอดถอนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ จากกรณีร่ำรวยผิดปกติและจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่ไม่แสดงทรัพย์สิน  บ้านพักอาศัยเลขที่ 5/5 ตำบลไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ  จ.อ่างทอง 
​ นายณรงค์ รัฐอมฤต  กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  แถลงเปิดคดีว่า  นายสมศักดิ์จงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินเป็นเท็จ และไม่แสดงรายการเรื่องบ้านและเงินฝาก ทางป.ป.ช.  เพราะจากการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ​8 ตำแหน่ง 21 กรณี ตั้งแต่ 11 ต.ค. 40 ถึง2 ธ.ค.51  ไม่ปรากฏว่าไม่ได้แสดงบ้านหลังดังกล่าวและไม่เคยแสดงเงินสดด้วย

นอกจากนี้ ​ในการไต่สวนนายสมศักดิ์ยืนยันตลอดว่าบ้านพักดังกล่าวไม่ใช่ของตนเองแต่เป็นบ้านของนายไพโรจน์ ฉัตรบริรักษ์ พี่ชายของนางระวีวรรณ ปริศนานันทกุล คู่สมรส โดยใช้เงินที่ได้จากการประกอบโรงสีวิเศษชัยชาญเจริญกิจ มาก่อสร้าง  แต่ปปช.พิจารณาแล้วฟังได้ว่าบ้านดังกล่าวเป็นของนายสมศักดิ์ มีมูลค่า 16 ล้านเศษ รวมทั้งยังพบว่านายสมศักดิ์ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากของตนและคู่สมรส ซึ่งฝากไว้ในชื่อคนอื่น

นายณรงค์ กล่าวว่า   ช่วงปี 43 สื่อมวลชนเสนอข่าวระบุว่าบ้านดังกล่าวมีการปลูกสร้างมาตั้งแต่เป็นรมช.ศึกษาจนถึงรมว.ศึกษาธิการ และมีการต่อเติมปรับปรุงตกแต่งภายใน ซื้อวัสดุจากการร้านเกลอหลี โดยป.ป.ช.มีใบเสร็จทุกฉบับ จึงฟังได้ว่าบ้านดังกล่าวบ้านดังกล่าวสร่างในช่วงรมว.ศึกษาธิการ ส่วนประเด็นเรื่องเงินนั้น นายสมศักดิ์ และภรรยาไม่ได้แสดงไว้ในรายการเงินสด ตอนแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม เรื่องเงินสนับสนุนจากพรรคการเมือง ดูจากคำให้การของนางพวงรัตน์  ชัยบุตร อดีตเหรัญญิกพรรคชาติไทย เบิกความต่อศาลว่า ช่วงปลายปี 39 นายสมศักดิ์รับเงินสนับสนุนจากพรรคการเมืองและบุคคลที่ไม่ทราบชื่อรวม29 ล้านบาทเศษ แต่ไม่มีรายละเอียดการใช้จ่าย เป็นเหตุให้นายสมศักดิ์เปลี่ยนคำให้การว่าได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง แต่เมื่อตรวจสอบภาษีเงินได้พบว่า นายสมศักดิ์มีรายได้ช่วงปี 41   จำนวน2,438,700บาท และ ปี 43 มีรายได้รวม2,854,000บาทรวมแล้ว 5.3 ล้านบาทเศษ ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น

นายณรงค์ กล่าวว่า ​ป.ป.ช.มีมติว่านายสมศักดิ์ร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้มาไม่สมควร สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้อำนาจในตำแหน่ง จึงมีมติส่งรายงาน​ไปอัยการสูงสุดเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาฯให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน  โดยล่าสุดศาลฏีกาแผนกคดีอาญาฯได้รับคำร้องแล้ว  และส่งรายงานเอกสารมายังสภาสนช.เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง ตามพรบ. ป.ป.ช. ม. 56(1)

ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวชี้แจงว่า กรณีข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือร่ำรวยผิดปกติอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่​จะเห็นว่าช่วงได้รับตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการเป็นช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งประเทศเข้าสู่ยุคไอเอ็มเอฟ  ในฐานะที่เป็นรมว.ศึกษา ไม่เคยมีการทำโครงการขนาดใหญ่ หรือการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สักครั้งเดียว ไม่เคยไปช้อำนาจหน้าที่ไปแสวงหาประโยชน์​ ​ 

สำหรับ ประเด็น เรื่องที่มาของบ้านนั้นได้ซื้อที่ดินปี ​39  ถมที่ดิน ปี  ​40  และ ก่อสร้างเสร็จ ปี 41 ช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน ก่อนดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการด้วยซ้ำ  เรื่องนี้มีภาพถ่ายทางอากาศจากกองทัพบกยืนยันได้ ​รวมทั้งผู้ควบคุมการก่อสร้างที่ให้การ ป.ป.ช. ก็ ยืนยันว่าบ้านหลังนี้สร้างเสร็จ 8 เดือน ส่วนใบเสร็จซื้อวัสดุก่อสร้าง  18 ใบ ช่วงปี  ​43-44  รวม 1.4 ล้านบาท เป็นช่วงที่สร้างเสร็จแล้วแต่ต้องตกแต่งภายใน หรือในส่วนรื้อออกทำใหม่รวม 1.4 ล้านบาท

“ถามว่าเงินมาจากไหน ผมไม่ใช่นายทุนพรรค การเลือกตั้งก็จะได้รับเงินสนับสนุน  ซึ่งประธานกรรมการไต่สวนชี้แจงแล้วว่า เหรัญญิกพรรคชี้แจงว่าในการเลือกตั้งปี  ​39 ได้จัดให้ผม กว่า 20 ล้าน  บ้าน ซึ่งการสนับสนุนจะต่างกันแบ่งเกรดเป็น เอ บี ซี ตามโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้ง  ผมเป็นคนบ้านนอก ผูกพันชาวบ้านมาตลอด ได้รับเลือกตั้งทุกครั้งตั้งแต่ ​29  ด้วยเหตุนี้ ทำให้พรคกล้าให้งบประมาณเลือกตั้งผม ซึ่งผมเกาะติดพื้นที่  ไม่ใช่ดอกเตอร์ ไม่มียศอะไร  เลือกตั้งผมก็ใช้เงิน แต่ตีตั๋วเด็ก มีเงินเหลือมาตลอด”

นายสมศักดิ์  กล่าวอีกว่า เงินสนับสนุนไม่ได้มาจากเงินพรรคให้อย่างเดียว ต้องยอมรับว่าแต่ละพรรคมีมุ้ง ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค เขาต้องการเสียงสนับสุน เวลาเป็นรมต.ถูก อภิปรายไว้ไม่ หรือในการพิจารณางบประมาณ​หรือญัตติ เขาก็จะดูแล สมาชิก ที่ไม่ได้เป็นนายทุนพรรค  เวลาเลือกตั้งก็ช่วยเหลือกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2540  อีกทั้ง การเลือกตั้งแต่ละครั้ง บางคนก็ใช้เงินสนับสนุนเยอะ บางคนก็ใช้น้อย บางคนก็กล้างสอบตก คือยอมสอบตกครั้งหนึ่งเพื่อกอดเงินไว้ ส่วนตัวจดไว้หมดว่าใครให้เงินมาเท่าไหร่ไว้ทำกิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2538 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ ปปช.​ระบุว่าตนเองกลับคำให้การนั้น  ไม่ใช่เพราะจำนนต่อหลักฐาน แต่เป็นเพราะความเข้าใจผิด ว่าทรัพย์์สินไม่ใช้ชื่อตัวเองไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ​และเงินที่ได้มาให้จัดกิจกรรมการเมืองนั้นได้แยกเป็นสองส่วน เมื่อยังไม่ได้ใช้ส่วนหนึ่งได้แยกไปให้กิจการโรงสีของภรรยาเพื่อทำธุรกรรม เพราะสำนึกกตัญญูที่ยกลูกสาวให้​เพราะครอบครัวตนเองและภรรรยา แตกต่างสิ้นเชิง เมื่อโอนไปแล้วจึงไม่ได้แจ้งให้ปปช.ทราบซึ่งต่อมา​เงินส่วนนี้ ทางโรงสีได้นำกลับมาซื้อที่ดินในการสร้างบ้าน ​

นายสมศักดิ์ ​กล่าวว่า ไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งหมดอยู่บนหลักการข้อเท็จจริง ​ซึ่งได้ชี้แจงต่อที่ประชุม สนช. ด้วยเอกสารพยานหลักฐาน ว่าตนเองได้บ้านมาก่อนปี 2542 ก่อนเป็นรมช.ศึกษาธิการด้วยซ้ำ ​มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ส่วนจะพิจารณาถอดถอนหรือไม่ถอดถอนก็อยู่ที่ดุลพินิจ ผลออกมายังไง ก็ยอมรับทุกกรณี แต่ไม่อยากให้การตัดสินใจ ของสนช.​แล้ว ทำให้สังคมต้องเบี่ยงเบน เสียหลักการ สูญเสียความยุติธรรม

นายพีระศักดิ์ พอจิตต์  กล่าวว่า  เปิดให้สนช.​ยื่นญัตติตั้งคำถามได้จนถึงวันที่ 30 ต.ค. เวลา 12.00 น.  และจะนัดพิจารณาตั้งคำถามในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ​

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง